
ดันเครื่องจักรโต
กระทรวงวิทย์ ร่วมมือกระทรวง องค์กรท้องถิ่น ผลักดันใช้สินค้าเครื่องจักรกลไทย เข้าสู่บัญชีนวัตกรรม ทดแทนตลาดนำ มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้าน
กระทรวงวิทย์ ร่วมมือกระทรวง องค์กรท้องถิ่น ผลักดันใช้สินค้าเครื่องจักรกลไทย เข้าสู่บัญชีนวัตกรรม ทดแทนตลาดนำ มูลค่ากว่า 1.6 แสนล้าน
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จะเร่งผลักดันการส่งเสริมตลาดสินค้าเทคโนโลยีเครื่องจักรไทยในตลาดประเทศไทยมากขึ้น โดยจะเร่งการผลักดันร่วมมือกับหน่วยงานและกระทรวงในประเทศ เพื่อส่งเสริมใช้สินค้าไทย ทดแทนจากการนำเข้าสินค้าเครื่องจักรและค่าธรรมเนียมจากต่างประเทศที่มีมูลค่าถึง 1.6 แสนล้านบาท/ปี พร้อมกระตุ้นให้เอกชนไทยหันมาขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรม
ขณะเดียวกัน ได้มีการสั่งการให้สมาคมเครื่องจักรกลไทยรวบรวมรายชื่อบริษัทสมาชิกว่ามีจำนวนการผลิตสินค้าเท่าใด และราคา เพื่อสามารถจัดทำเป็นแผนกระตุ้นใช้สินค้าเครื่องจักรไทย รวมถึงมีแผนจัดโรดโชว์สินค้าเครื่องจักรกลไทยไปในภูมิภาคต่างๆ เพื่อทำให้สินค้าแบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น
“อยากกระตุ้นให้องค์กรท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงสหกรณ์ในท้องถิ่นที่มีงบประมาณจำนวนมาก ควรจะมีการหันมาใช้สินค้าเครื่องจักรไทย เช่น การซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรในแต่ละ
พื้นที่ได้เช่าใช้สินค้า และทำให้เกษตรกรไทยมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง รวมถึงยังช่วยลดการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ” นายพิเชฐ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงจะส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานการผลิต พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรม 4.0 รวมถึงจะร่วมสร้างคนรุ่นใหม่ออกมาสู่ประเทศ ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสะเต็มที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร เพราะตลาดกำลังมีทิศทางที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กระทรวงยังได้ร่วมกับสมาคมเครื่องจักรกลไทยจัดมอบรางวัลเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยม ประจำปี 2559 โดยมีเครื่องจักรจำนวน 9 เครื่องที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ และจะผลักดันเข้าสู่บัญชีนวัตกรรม พร้อมกันนี้ จะนำเข้าไปร่วมงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2559 จัดขึ้นวันที่ 18-28 ส.ค. 2559 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เชื่อมั่นว่าจะช่วยขยายตลาดในประเทศไทยและตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายประสาร บุนฑารักษ์ เลขาธิการ สมาคมเครื่องจักรกลไทย กล่าวว่า ภาพรวมประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องจักรกลจากต่างประเทศในมูลค่าสูง โดยสินค้าแบรนด์ของผู้ประกอบการไทย มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 5-10% ในตลาดรวมเครื่องจักรกลในประเทศ จึงอยากเสนอให้ภาครัฐมีการกระตุ้นใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากขึ้น
ทั้งนี้ จำนวนผู้ประกอบการในสมาคมเครื่องจักรกลไทยมีประมาณ 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยผลิตเครื่องจักรทุกกลุ่ม ทั้งการเกษตร อาหาร และการผลิต ซึ่งในด้านการเกษตรที่ไทยที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาก เชื่อมั่นว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไทยเพิ่มมากขึ้น ในระยะยาวประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องจักร ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันได้ รวมถึงเป็นประเทศผู้นำในการผลิตเครื่องจักรกลของภูมิภาคอาเซียนได้







