
กระตุ้นรัฐเร่งลงทุนมุกดาหาร
เอกชนกระตุ้นรัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร เรียกเชื่อมั่นนักลงทุน
เอกชนกระตุ้นรัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร เรียกเชื่อมั่นนักลงทุน
นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า หากรัฐจะดึงดูดให้ผู้ประกอบการขยายการลงทุนเข้าไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จะต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ภาคเอกชนมั่นใจและกล้าตัดสินใจที่จะเข้าไปลงทุน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสาเหตุที่ภาคเอกชนยังไม่สนใจเข้าไปลงทุนในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนน้อย เนื่องจากยังไม่สามารถตอบโจทย์ของนักลงทุนได้ดีพอ และยังไม่มีความพร้อมด้านโครงสร้าง
พื้นฐานต่างๆ อีกทั้งยังยอมรับว่าพื้นที่ จ.มุกดาหาร ยังไม่เป็นที่น่าสนใจมากเท่ากับพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่มีความได้เปรียบด้านจำนวนประชากรและตลาดการค้าทั้งในฝั่งของกัมพูชาและเวียดนาม
“รัฐบาลต้องเร่งทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และถนนหนทางให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมามีแต่ความชัดเจนเรื่องการประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกิจ แต่กลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในพื้นที่มากนัก เชื่อว่าหากรัฐบาลทำจริงก็จะทำให้เอกชนเกิดความเชื่อมั่นที่จะลงทุน” นายภมร กล่าว
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้เปิดให้ภาคเอกชนยื่นซองประมูลพัฒนาพื้นที่ เพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัด คือ จ.หนองคาย ตราด มุกดาหาร โดยให้เอกชนเข้าซื้อเอกสารการประมูลตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และสิ้นสุดการซื้อซองประมูลในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้มีเอกชนให้ความสนใจแห่ซื้อซองประมูลมากถึง 19 ราย แต่ปรากฏว่าวันที่ยื่นซองประมูลมีเอกชนให้ความสนใจน้อยมาก โดยมีการยื่นซองประมูลในส่วนของ จ.ตราด เพียง 1 รายเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ตรงตามคุณสมบัติหรือไม่
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมหารือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจว่า นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ให้นโยบายว่า จะต้องเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งระบบรางในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษให้บูรณาการกัน โดยได้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นเจ้าภาพในการประสานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาหารือร่วมกันว่าจะสามารถเชื่อมโยงแต่ละโครงการที่มีอยู่ให้บูรณาการได้อย่างไร







