posttoday
แนะลดความยุ่งยากขอวีซ่า ดันสร้างฐานข้อมูลธุรกิจไมซ์

แนะลดความยุ่งยากขอวีซ่า ดันสร้างฐานข้อมูลธุรกิจไมซ์

11 สิงหาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

กลุ่มนักเดินทางด้านการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือไมซ์ จัดอยู่ในหมวดหมู่ของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยก็ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีหน่วยงานเฉพาะ คือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ขึ้นมาดูแล ที่ผ่านมาก็มีหลายมาตรการออกมาสนับสนุนกลุ่มไมซ์ให้เติบโต แต่อย่างไรก็ตาม จากการเก็บสถิตินักเดินทางด้านไมซ์กลับดูเหมือนยังมีกลุ่มนี้ไม่มาก ส่วนหนึ่งก็มาจากผู้ที่เดินทางด้านไมซ์ไม่ได้กรอกแบบฟอร์มผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยระบุจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทาง แต่ระบุว่ามาเพื่อท่องเที่ยว

ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา เปิดเผยว่า หากต้องการให้การเก็บตัวเลขด้านไมซ์ชัดเจนขึ้นก็ต้องแก้ไขที่กฎระเบียบและกระบวนการในการขอตรวจลงตรา (วีซ่า) ที่ผ่านมาการขอวีซ่าเดินทางมา เพื่อจุดประสงค์เรื่องธุรกิจจะต้องหนังสือคำเชิญจากต้นทาง มีการขอเอกสารใบรับรองต่างๆ เต็มไปหมด หากต้องการจะให้กลุ่มที่เดินทางมาด้านไมซ์ระบุตามจริงว่ามาเพื่อไมซ์ไม่ใช่ท่องเที่ยว ไทยก็ต้องสร้างกระบวนการขอวีซ่าเข้าประเทศที่ยืดหยุ่นและจูงใจกับกลุ่มไมซ์ ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนมากขึ้น

สำหรับผู้ที่เดินทางมาเพื่อจุดประสงค์ไมซ์ หากเป็นการประชุมขนาดใหญ่ที่จำนวนผู้ประชุม 500-1,000 คนขึ้นไป ควรมีนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนที่เดินทางมาระบุจุดประสงค์การเดินทางให้ตรงความจริงว่ามาประชุม สัมมนา ซึ่งจะทำให้ทางการเห็นตัวเลขชาวต่างชาติที่มาเพื่อประชุม สัมมนาชัดเจนขึ้น

ทางด้านกลุ่มคนจากประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่ามาไทย เช่น ประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ควรถามให้ชัดก่อนปล่อยผ่านแดนว่าเป็นการท่องเที่ยวหรือมาเรื่องไมซ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญ มีผลต่อการจัดเก็บสถิติที่จะใช้เป็นประโยชน์ในอนาคต

“ปัจจุบันบางประเทศมีค่าธรรมเนียมวีซ่าธุรกิจแพงกว่า ค่าธรรมเนียมวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ตราบใดที่เราไม่ต้องการนักท่องเที่ยวอย่างเดียว เราต้องสร้างกระบวนการที่ยืดหยุ่นและจูงใจ” ม.ล.สุรวุฒิ กล่าว

หากเป็นไปได้ควรมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เบ็ดเสร็จในที่เดียวสำหรับกลุ่มที่จะเดินทางมาด้านไมซ์ โดยครอบคลุมถึงกลุ่มกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างชาติที่ต้องการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยด้วย

ด้าน วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการ สสปน. กล่าวว่า ที่ผ่านมานักเดินทางด้านไมซ์บางคนเวลากรอกใบ ตม.6 ก็ไม่ค่อยกรอกจุดประสงค์ด้านไมซ์ แต่กรอกว่ามาเพื่อท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งก็เพราะต้นทางตอนที่ขอวีซ่าเข้ามา พอไม่ใช่มาเพื่อการท่องเที่ยวจะถูกเรียกเอกสารมาก ทั้งที่จริงแล้วไมซ์เป็นตลาดนักท่องเที่ยวสำคัญที่ใช้จ่ายสูง หากเป็นไปได้ควรเพิ่มสิ่งดึงดูดพิเศษเพื่อให้กลุ่มนี้มาด้วยซ้ำ ไม่ควรสร้างภาระในด้านกระบวนการเดินทางมา

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ตม. ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยคณะกรรมการควรส่งสัญญาณไปยังสถานทูต สถานกงสุลในต่างประเทศให้ความสำคัญในการออกวีซ่าให้ตรงกับจุดประสงค์จริงที่ต้องการเดินทางมา รวมทั้งทำให้การขอวีซ่าเพื่อจุดประสงค์ด้านไมซ์สะดวกขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบางสำนักงานในต่างประเทศออกวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อความสะดวก เนื่องจากกระบวนการขอวีซ่าเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจจะเรียกเอกสารมาก เป็นภาระแก่ผู้เดินทางด้านไมซ์

นอกจากนี้ อยากให้การนิยามกลุ่มไมซ์ครอบคลุมไปถึงกลุ่มที่เดินทางมาเพื่อจุดประสงค์ด้านการใช้บริการสุขภาพในไทย และการมาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยด้วย โดยควรมีการออกวีซ่าเพื่อจุดประสงค์การเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ (ฟิล์ม วีซ่า) และออกวีซ่าเพื่อมาใช้บริการสุขภาพ (เฮลท์ วีซ่า) เพื่ออำนวยความสะดวกกลุ่มนี้เมื่อเดินทางมาไทย

ที่ผ่านมาพบว่า กองถ่ายทำภาพยนตร์เมื่อไปขอวีซ่าเพื่อเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยมักจะได้รับเป็นวีซ่า ท่องเที่ยวมา แต่เมื่อเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยบางรายก็ประสบปัญหาถูกจับ ด้วยข้อหาว่ามาเพื่อทำงานไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในวีซ่า ที่เป็นการมาเพื่อท่องเที่ยว ทั้งที่จริงแล้วความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นตั้งแต่กระบวนการขอวีซ่า

“ในต่างประเทศมีการทำฟิล์ม วีซ่า บ้างแต่น้อย แต่สำหรับไทยซึ่งมีกองถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆ เข้ามาถ่ายทำไม่ต่ำกว่า 700 เรื่องต่อปี ก็ควรทำฟิล์ม วีซ่า ขึ้นมา เพราะกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องการเดินทางมาอยากทำตามขั้นตอนทุกอย่างให้ถูกต้องอยู่แล้ว โดยเฉพาะกองถ่ายทำภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู้ด” วีระศักดิ์ กล่าว

ด้าน เฮลท์ วีซ่า แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีก็มีคนที่มารับบริการสุขภาพในไทยจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มนี้มาแต่ละครั้งใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นควรถูกนำไปรวมอยู่ในกลุ่มไมซ์ เพื่อให้เข้าข่ายใช้บริการไมซ์ เลน อำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ ขณะเดียวกันในอนาคตไทยอาจจะต้องมองไปถึงการให้วีซ่าที่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงมารักษากับสัตวแพทย์ในไทยด้วย เพราะต้องยอมรับว่าการสร้างบุคลากรสัตวแพทย์ของไทยแข็งแกร่งมาก จนที่ผ่านมางานแสดงปศุสัตว์ สัตวบาลใหญ่ที่สุดในโลกก็มาจัดในไทย

การได้ข้อมูลวัตถุประสงค์การเดินทางที่แท้จริงย่อมเป็นประโยชน์ต่อประเทศ จึงควรให้ความสำคัญเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นทางการขอวีซ่า การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง แสดงให้เห็นประโยชน์ด้านความสะดวกและสิทธิประโยชน์กับกลุ่มไมซ์ถ้าให้ข้อมูลตามจริง น่าจะเป็นแนวทางสำคัญที่เกิดได้หากทุกฝ่ายเห็นความสำคัญเรื่องนี้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า