
ชาญชัย ตระการอุดมสุข ไทยคนแรกกุมบังเหียนมาสด้า
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ถือเป็นคนไทยคนแรกที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) สำหรับ ชาญชัย ตระการอุดมสุข เป็นประธานบริหารบริษัทคนที่ 7 ต่อจาก ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ อดีตประธานบริหาร ที่ครบวาระการทำงาน และก้าวไปสู่การรับตำแหน่งบริหารงานด้านการขายของมาสด้าทั่วโลก“โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ประธานบริหารคนใหม่หลังเข้ารับตำแหน่งแบบสดๆ ร้อนๆ ชาญชัย เล่าให้ฟังว่า ความท้าทายในฐานะที่เป็นคนไทยคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องการผลักดันให้บุคลากรชาวไทยขึ้นรับตำแหน่ง จากอดีตที่ผ่านมาล้วนมีแต่ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นและออสเตรเลียเท่านั้น ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่นมั่นใจถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง
ดังนั้น จึงได้นำเอาความรู้และความเข้าใจของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยมาปรับใช้อย่างสอดคล้องกับแนวทางนโยบายของบริษัทที่จะเดินหน้าต่อไปหลังจากนี้ รวมถึงการสานต่อนโยบายบริษัทที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการยกระดับด้านการสื่อสาร เพื่อประสานงานแบบไร้รอยต่อทุกภาคส่วน ทั้งการขาย การบริหารหลังการขาย การผลิต ในรูปแบบ “One Mazda One Team” เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
นอกจากนั้น จะสร้างแบรนด์ให้เป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ถูกเลือก โดยการพัฒนาคุณค่าแบรนด์ในทุกด้านที่ผู้บริโภคสามารถรับรู้ได้ อีกทั้งการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่เน้นการพัฒนาเชิงคุณภาพและการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ในส่วนของงานด้านบริการหลังการขาย จะต้องพัฒนาเพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้บริโภค รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่จะต้องเพิ่มคะแนนความพึงพอใจด้านบริการหลังการขาย (CSI) และความพึงพอใจด้านการขาย (SSI) ซึ่งปัจจุบันจากผลสำรวจของ เจดี เพาเวอร์ บริษัทมีอันดับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายอยู่ที่อันดับ 3 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องพัฒนาเพิ่มขึ้น
“การสร้างความพึงพอใจสูงสุดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์มาสด้า ไม่ใช่จบเพียงแค่การส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่จะเกิดขึ้นตลอดนับจากวันที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกให้มาสด้าเป็นรถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงต้องมีการจัดกิจกรรมที่จะช่วยให้มาสด้ามีโอกาสใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์อันดี ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดขยายกลุ่มไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่จากการบอกต่อในอนาคต” ชาญชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน การผลักดันให้ผู้บริหารชาวไทยและพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำงานสูงได้มีโอกาสบริหารจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม จะส่งผลดีต่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค รวมไปถึงอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง
สำหรับชาญชัยร่วมงานกับมาสด้ามาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ในบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที โรงงานผลิตรถยนต์มาสด้า ที่ จ.ระยอง ตำแหน่งสูงสุด เป็นรองประธานบริหารอาวุโส งานคุณภาพ วิศวกรรมและวางแผนผลิต ในปี 2551 และเข้ามารับตำแหน่งรองประธานบริหาร ฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ในเดือน ส.ค.ปีที่ผ่านมา เพื่อศึกษางานพร้อมเตรียมขึ้นรับตำแหน่งประธานบริหาร
คงต้องรอพิสูจน์ฝีมือผู้บริหารคนไทยคนแรกของมาสด้ากันต่อไป







