
ขุดกรุที่รถไฟปั๊มรายได้
รฟท.ขุดกรุที่ดิน 12 สถานี ริมทางรถไฟทางคู่เนื้อที่ 2,700 ไร่ เปิดให้เอกชนร่วมพัฒนา
รฟท.ขุดกรุที่ดิน 12 สถานี ริมทางรถไฟทางคู่เนื้อที่ 2,700 ไร่ เปิดให้เอกชนร่วมพัฒนา
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้เปิดประชุมรับฟังข้อคิดเห็นจากนักลงทุน ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และห้างสรรพสินค้า เพื่อนำมาประกอบการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตามเส้นทางรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง 12 สถานี และยังรับฟังว่ามีเอกชนรายใดสนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาที่ดินของ รฟท.ในสถานีดังกล่าวบ้าง ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาจะสรุปความเห็นต่างๆ และจัดทำแผนงานโครงการให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี)
"เราจะต้องพัฒนาที่ดินเพื่อนำรายได้กลับมาใช้คืนเงินลงทุนในโครงการที่เราลงทุนไปแล้ว ส่วนที่ดินที่เราเคยให้ชุมชนเช่าพื้นที่ในราคาถูก ก็ต้องทำความเข้าใจและทำงานร่วมกับชุมชน เพราะรัฐบาลมีนโยบายให้อยู่ร่วมกัน โดยจะยังให้สิทธิคนในชุมชนเข้ามาทำธุรกิจ หรือถือหุ้นในกิจการที่ตั้งในรูปบริษัท" นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า ที่ดินสถานีรถไฟ 12 สถานี ที่จะเปิดให้เอกชนพัฒนาได้รับการคัดสรรแล้วว่ามีศักยภาพและกระจายอยู่ในทุกภาคทั่วประเทศ ขณะที่การพัฒนาจะต้องพิจารณาร่วมกับรถไฟความเร็วสูงด้วย เนื่องจากบางแห่งจะใช้ร่วมกัน เช่น สถานีนครสวรรค์ และสถานีปากช่อง
นายปาณฑพ มาลากุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า พื้นที่บริเวณ 12 สถานีที่จะเปิดให้เอกชนร่วมพัฒนา คือ 1.สถานีธนบุรี 2.ศรีราชา 3.นครสวรรค์ 4.ศิลาอาสน์ 5.ปากช่อง 6.บัวใหญ่ 7.หนองคาย 8.อุบลราชธานีและทางแยกบุ่งหวาย-โพธิ์มูล 9.ชะอำ 10.ชุมพร 11.สุราษฎร์ธานี และ 12.พังงา-ท่านุ่น รวมเนื้อที่ 2,749 ไร่
"ปี 2559 รฟท.ตั้งเป้ามีรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ 2,600 ล้านบาท แต่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา รฟท.มีรายได้ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีงบ 2559 จะมีรายได้ 3,400 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับเพิ่มค่าเช่าที่ดินที่หมดสัญญาตามราคาประเมินที่ดินใหม่ เช่น บริเวณสถานีกลางบางซื่อ เดิมค่าเช่าตารางวาละ 6.5-7.1 หมื่นบาท/ปี แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นตารางวาละประมาณ 2.5-3.8 แสนบาท/ปี" นายปาณฑพ กล่าว







