
ครัวเรือนเริ่มกังวล ไม่มีงานทำ-ภาระหนี้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุดัชนีความเชื่อมั่นภาคครัวเรือนเดือน ก.ค. 2559 (สำรวจก่อนการลงประชามติรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559) ปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 42.3 จากระดับ 42.5 ในเดือน มิ.ย. 2559 โดยประเด็นที่ครัวเรือนกังวลกลับมีความแตกต่างจากเดือนก่อนหน้า กล่าวคือ มีความกังวลในด้านสถานการณ์ราคาสินค้าน้อยลง แต่กังวลในด้านภาวะการมีงานทำและภาระหนี้สินมากขึ้น ซึ่งรวมถึงหนี้สินที่เกิดจากโครงการประชารัฐของรัฐบาล
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุดัชนีความเชื่อมั่นภาคครัวเรือนเดือน ก.ค. 2559 (สำรวจก่อนการลงประชามติรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559) ปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 42.3 จากระดับ 42.5 ในเดือน มิ.ย. 2559 โดยประเด็นที่ครัวเรือนกังวลกลับมีความแตกต่างจากเดือนก่อนหน้า กล่าวคือ มีความกังวลในด้านสถานการณ์ราคาสินค้าน้อยลง แต่กังวลในด้านภาวะการมีงานทำและภาระหนี้สินมากขึ้น ซึ่งรวมถึงหนี้สินที่เกิดจากโครงการประชารัฐของรัฐบาล
ทั้งนี้ ความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นของครัวเรือนต่อสถานการณ์ทางด้านภาวะการมีงานทำและภาระหนี้สิน สะท้อนจากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อรายได้และภาระหนี้สินต่างๆ ของเดือน ก.ค. 2559 ลดลงมาที่ 48.3 และ 37.9 จากระดับ 49.4 และ 38.2 ตามลำดับ โดยประเด็นภาวะการมีงานทำนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของภาคธุรกิจในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ซึ่งผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า องค์กร/หน่วยงาน/ธุรกิจที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของเริ่มมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการจ้างงาน โดยส่วนใหญ่ราว 36% ยังคงเป็นการชะลอรับพนักงานใหม่และการลดเวลาการทำงานนอกเวลา (โอที) ส่วนปัญหาการเลิกจ้างยังมีไม่มากนัก ซึ่งการปรับตัวดังกล่าวอาจส่งผลกระทบถึงอำนาจการซื้อภาคครัวเรือนและรายได้ของกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของภาคครัวเรือน
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่าครัวเรือนในกลุ่มฐานราก (ที่มีภาระหนี้สินอยู่แล้ว) เริ่มกู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค สะท้อนภาพกำลังซื้อที่ยังไม่เข้มแข็งของครัวเรือนในกลุ่มฐานราก
สำหรับความกังวลด้านการมีงานทำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากการชะลอตัวของภาคการส่งออก โดยภาวะการส่งออกที่หดตัวอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตปรับตัวตาม ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดการผลิต การปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนของการจ้างแรงงาน สะท้อนจากตัวเลขจำนวนแรงงานผู้ขอใช้บริการสำหรับผู้ประกันตนในกรณีว่างงานเดือน พ.ค. 2559 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาติดต่อกันตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นมาอยู่ที่ 1.41 แสนคน ขณะที่จำนวนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนในเดือน ก.ค. 2559 ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.98 แสนคน (จากเดิม 1.75 แสนคน ในเดือน มิ.ย. 2559) ส่งผลต่อความกังวลต่อภาวะการจ้างงานของครัวเรือน
สำหรับภาวะค่าครองชีพนั้น ครัวเรือนมีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่กังวลน้อยลงโดยเฉพาะราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำเดือน ก.ค. 2559 โดยสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าภายในประเทศเดือน ก.ค. 2559 เริ่มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะราคาอาหารสด (ผัก ผลไม้ เนื้อสุกร และสัตว์น้ำ) และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกภายในประเทศ หลังปัญหาภัยแล้งคลี่คลายและราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ความกังวลของครัวเรือนในเรื่องภาวะการจ้างงานที่มีมากกว่าความกังวลในเรื่องค่าครองชีพ จึงเป็นแรงกดดันต่อภาพการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นครัวเรือนในเดือน ก.ค. 2559
ขณะที่ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ยังคงทรงตัวจากเดือนก่อนที่ระดับ 43.3 สะท้อนความไม่แน่ใจของครัวเรือนต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า (สำรวจเสร็จสิ้นก่อนการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559) โดยในภาพรวมภาคครัวเรือนยังคงมีความกังวลต่อภาวะการครองชีพเหมือนเดิม หากลดระดับการให้น้ำหนักต่อความกังวลในด้านสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้) ลง แต่ไปให้น้ำหนักต่อความกังวลในด้านภาระหนี้สินมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้สินในหมวดที่อยู่อาศัยที่ได้รับแรงส่งจากมาตรการภาครัฐ อาทิ โครงการบ้านประชารัฐ นอกจากนี้ มาตรการประชารัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมือง เช่น มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ก็อาจจะเพิ่มความกังวลของครัวเรือนต่อภาระหนี้สินให้มากขึ้นในระยะถัดไป







