
แบงก์ปฏิเสธให้กู้บ้านเพิ่ม
ยอดขยับเป็นสัดส่วน50% ผู้กู้มีภาระหนี้สูง คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ยอดขยับเป็นสัดส่วน50% ผู้กู้มีภาระหนี้สูง คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
เลขาฯ สมาคมสินเชื่อบ้าน เผยยอดปฏิเสธให้กู้เพิ่มเป็นครึ่งต่อครึ่งของจำนวนผู้ยื่นกู้ คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ครึ่งแรกปีนี้พบว่าสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่ขอกู้ไม่ผ่านขยับอยู่ที่ประมาณ 50% ของจำนวนรายที่ยื่นขอกู้เข้ามาทั้งหมดของภาพรวมในตลาด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารผู้ให้กู้ยังมีการระมัดระวังการปล่อยกู้อยู่ เนื่องจากภาระหนี้ของผู้ขอกู้โดยรวมยังสูง อย่างไรก็ดี ครึ่งปีหลังนี้สินเชื่อบ้านน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นบ้างตามความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นของผู้ซื้อและผู้ประกอบการนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพียงแต่การอนุมัติสินเชื่อใหม่ต้องคัดกรองดีขึ้น
สำหรับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในสินเชื่อบ้าน ยอมรับว่าปรับเพิ่มบ้างตามเศรษฐกิจ แต่ธนาคารทุกแห่งพยายามให้อยู่ในระดับที่ดูแลได้และไม่เป็นปัญหา โดยการปล่อยกู้ใหม่จะคัดกรองลูกค้าให้ดี เพื่อจะได้ไม่เป็นเอ็นพีแอลเพิ่ม ไม่ใช่ให้กู้ผ่านไป 3-6 เดือน แล้วเป็นหนี้เสีย ขณะที่ลูกค้าเก่าที่กู้ไปแล้วก็ต้องดูแลใกล้ชิด และเข้าช่วยเหลือลูกค้าให้ทันเวลา มีการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มอีก
“ต้องยอมรับการปฏิเสธการให้กู้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าแบงก์มีมาตรฐานการให้กู้เข้มขึ้น เพราะสุดท้ายจะกู้ผ่านไม่ผ่านขึ้นอยู่กับเครดิตของแต่ละบุคคล ส่วนที่บอกว่าผู้ประกอบการเจ้าของโครงการคัดลูกค้ามาส่งให้ แต่ก็กู้ไม่ผ่านนั้น เข้าใจว่าวิธีดูเครดิตของผู้ประกอบการกับแบงก์น่าจะต่างกัน เพราะแบงก์จะดูการเงินผู้กู้ละเอียดและมีคะแนนเครดิตสกอริ่ง” นายอลงกต กล่าว
สำหรับทิศทางการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์จากนี้ไปน่าจะปรับดีขึ้นอีกบ้าง หลังมีความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นหลังการผ่านประชามติ น่าจะเห็นนักลงทุนนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการมากขึ้นกว่าครึ่งปีแรก บวกกับดอกเบี้ยในตลาดก็ยังไม่ได้เปลี่ยน ยังอยู่ในระดับต่ำ เป็นโอกาสของนักลงทุนผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อด้วย
ทั้งนี้ ในงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโด และสินเชื่อแห่งปี ในวันที่ 18-21 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจะนำสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) มาเสนอขาย โดยเสนอโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ย 0% ด้วย เช่น ธนาคารกรุงไทยเสนอดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ธนาคารกรุงเทพให้อัตราดอกเบี้ยลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่เสนออยู่ในปัจจุบันอีก 1%







