
ตีตั๋วเซ็นสัญญางานรัฐ
บอร์ด ขสมก.อนุมัติเบสท์รินฯ ชนะประมูลเมล์เอ็นจีวี ด้านกรมทางหลวงจ่อเซ็นสัญญามอเตอร์เวย์ 3 ช่วง
บอร์ด ขสมก.อนุมัติเบสท์รินฯ ชนะประมูลเมล์เอ็นจีวี ด้านกรมทางหลวงจ่อเซ็นสัญญามอเตอร์เวย์ 3 ช่วง
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีมติเห็นชอบให้บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน เนื่องจากบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เสนอราคาต่ำสุดที่ 3,389 ล้านบาท จากราคากลางที่ตั้งไว้ 4,021 ล้านบาท
“ที่มีการยื่นคัดค้านว่าบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป มีคุณสมบัติขัดต่อระเบียบพัสดุฯ และทีโออาร์ เนื่องจากบริษัทไม่ได้แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายบริษัทอย่างครบถ้วนนั้น บริษัทผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีงบการเงิน ได้ยืนยันความถูกต้องทางบัญชีแล้ว ดังนั้นงบการเงินของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จึงเป็นไปตามเอกสารหลักฐานที่ได้รับและเป็นไปตามมาตรฐานการรับรองทางบัญชีโดยทั่วไป ส่วนกรณีที่มีคดีฟ้องร้องในเรื่องเลี่ยงภาษีนำเข้าไม่ถูกต้องนั้น ได้ตรวจสอบแล้วและพบว่าบริษัทที่ถูกฟ้องเป็นคนละนิติบุคคลกัน อีกทั้งกรรมการบริษัทก็เป็นคนละชุดกัน” นายออมสิน กล่าว
ทั้งนี้หลังจากร่างสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ขสมก.จะลงนามสัญญากับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป และกำหนดให้ส่งมอบรถเมล์ล็อตแรก 100 คัน ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันเซ็นสัญญาและทยอยส่งมอบรถทั้งหมดในเดือน พ.ย.นี้
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า คาดจะลงนามสัญญาจ้างบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จัดหารถเมล์เอ็นจีวีได้ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้
แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติก่อหนี้ผูกพันวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา จำนวน 3 ช่วง และกรมทางหลวงจะลงนามสัญญากับเอกชนที่ชนะการประมูลทั้ง 3 ช่วง (สัญญา) ต่อไป
ประกอบด้วย 1.สัญญาที่ 6 ช่วง กม.ที่ 27+500-กม.37+700 (รวมทางแยกต่างระดับหินกอง) ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงรับราคาของบริษัท ช.การช่าง ที่วงเงิน 1,945 ล้านบาท 2.สัญญาที่ 13 กม.47+600-กม.53+000 ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงรับราคาของบริษัท ส.เขมราฐ อินดัสตรี้ ที่วงเงิน 1,040 ล้านบาท และสัญญาที่ 14 ช่วง กม.53+000-กม.65+300 ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงรับราคาของบริษัท เอส เทคซีวิล แอนด์ คอนสตรัคชั่น ที่วงเงิน 1,945 ล้านบาท







