
'แลมโบร์กินี' หมดสต๊อก 6 เดือน แห่จองฝันแม้ถือกระดาษ
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สถานการณ์ตลาดรถยนต์รวมในประเทศที่ชะลอตัวในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ มากมาย เหตุผลหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังระวังไม่เชื่อมั่น
อย่างไรก็ตาม ถึงตลาดรถยนต์ทั่วไปจะลดลงตามเศรษฐกิจรวมที่ฟื้นตัวช้าๆ แต่ในอีกตลาดหนึ่งอย่างรถซูเปอร์คาร์กลับตรงกันข้ามยอดพุ่งสูง ซึ่งถึงแม้ปริมาณยอดขายและผู้เล่นในตลาดจะมีไม่มาก แต่มูลค่าขายแต่ละคันกลับสูงระดับซื้อรถทั่วไปได้หลายสิบคัน
ภาพรวมตลาดรถซูเปอร์คาร์ในระดับราคาคันละ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีปริมาณการขายอยู่ที่ราว 100 คัน/ปี ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดหลัก 3 รายที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ แลมโบร์กินี เฟอร์รารี่ และแมคลาเรน ขณะที่แบรนด์อื่นๆ อาจจะเข้าข่ายในบางผลิตภัณฑ์บางรุ่นเท่านั้น
วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชคาร์ กรุ๊ป ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ แลมโบร์กินี แมคลาเรน ปากานี โคนิกเซ็กก์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ยอดขายครึ่งปีแรกของบริษัทปี 2559 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และได้มีการส่งมอบรถไปหมดสต๊อกแล้ว ซึ่งปัจจุบันสำหรับลูกค้าที่จะซื้อรถในวันนี้จะได้รับรถอีกครั้งในช่วงเดือน มี.ค. 2560
“ถึงแม้จะไม่มีรถที่สามารถส่งมอบได้ในทันที แต่ผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจแลมโบร์กินีอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเป็นตำนานและความฝันของใครหลายคน รวมถึงได้มีเรื่องราวต่างๆ ให้ติดตาม อาทิ ขั้นตอนการผลิต ที่สามารถระบุรายละเอียดและติดตามได้ในทุกขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน”
นอกจากนั้น อีกปัจจัยสำคัญคือปัจจัยทางสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคในกลุ่มนี้จึงหันมาซื้อรถยนต์แทนการฝากเงินในธนาคาร และการซื้อหุ้นส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าวมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องมายังตลาดรถที่ย้อนกลับไปมีอัตราเติบโตขึ้นทุกปี
บริษัทคาดปี 2560 ยอดขายจะเติบโตถึง 1 เท่าตัว จากปี 2559 อยู่ที่ 40 คัน จะเพิ่มเป็น 70-80 คัน เนื่องจากปีหน้าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) ที่บริษัทจะนำเข้ามาจัดแสดงในไทย คาดจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ทั้งนี้ รถยนต์เอสยูวีของแลมโบรกินี ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ เบื้องต้นโรงงานผลิตในอิตาลี ที่ผลิตรถยนต์เอสยูวีของแลมโบร์กินี มีกำลังผลิตสูงสุดปีละ 3,000 คัน ซึ่งลำดับการขายรถยนต์รุ่นดังกล่าวจะให้ลูกค้าเก่าแลมโบร์กินีก่อน ปัจจุบันแม้ยังไม่เปิดตัวในไทยและยังไม่เปิดราคาขาย แต่มีลูกค้าวางเงินจองแล้ว 5 คัน
วิทวัส กล่าวว่า ส่วนแบรนด์อื่นๆของบริษัท เช่น แมคลาเรน มียอดขายปีนี้ 16 คัน ขณะที่ปากานี และโคนิกเซ็กก์ คันละประมาณ 200 ล้านบาท เชื่อว่าอีก 3-5 ปี จะมีผู้อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ดังกล่าว โดยจะใช้แนวทางขายรูปแบบใหม่คือ “ขายรถให้กับคนที่ไม่ขับรถ” ด้วยเหตุผลว่า ปากานี และโคนิกเซ็กก์ เป็นงานศิลป์ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมด้านการสะสม
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมลดงบตลาดจาก 5% เหลือ 3-3.5% ของยอดขายปี 2560 พร้อมปรับแผนให้โฟกัสชัด จะมุ่งพัฒนาบริการหลังการขาย ล่าสุดใช้งบ 500 ล้านบาท เพิ่มช่องซ่อมกว่า 40 ช่องซ่อม คาดจะเสร็จปี 2560
ขณะที่บริษัทเตรียมจัดงานที่นำความเป็นที่สุดในด้านต่างๆ ของบริษัท อาทิ เรือยอชต์ และรถยนต์ทุกแบรนด์ของบริษัทเข้าร่วมงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในช่วงปลายปีนี้







