
เสริมสุขทุ่ม750ล.ลุยสุขภาพ
เสริมสุขลุยแผน 5 ปี ลงทุน 750 ล้านบาท ผุดโรงงาน 5 แห่ง รับวิชั่นไทยเบฟฯ ขยายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
เสริมสุขลุยแผน 5 ปี ลงทุน 750 ล้านบาท ผุดโรงงาน 5 แห่ง รับวิชั่นไทยเบฟฯ ขยายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
นายวิเวก ชาห์บรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดคริสตัล เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของไทยเบฟเวอเรจในปี 2564 ต้องการขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มจากสัดส่วน 56% เป็น 70% และกลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆ จาก 44% เหลือ 30% ภายใต้วิชั่น 2563 วางเป้าหมายขยายเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์เป็น 50% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 50%
ทั้งนี้ แผน 5 ปี (2560-2564) ของเสริมสุขจะใช้งบลงทุน 750 ล้านบาท สร้างโรงงานสำหรับผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 5 แห่ง โดยเฉลี่ยปีละ 1 แห่ง บนพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงตลาด เนื่องจากเป็นสินค้าที่เกิดการสวิตช์แบรนด์สูง จากเดิมมี 5 แห่ง คือ จ.ปทุมธานี นครสวรรค์ นครราชสีมา ชลบุรี เป็นต้น
ขณะเดียวกัน แผนปีนี้จะลงทุน 500 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่อีก 3 แห่ง ซึ่งได้เปิดสายการผลิตไปแล้วที่ขอนแก่น เพื่อกระจายสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ปัจจุบันมีโรงงาน 6 แห่ง ขณะที่ไตรมาสแรกของปีหน้าจะเปิดโรงงานเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ สุราษฎร์ธานี และ อยุธยา ซึ่งจะทำให้บริษัทจะมีโรงงานทั้งสิ้น 13 แห่ง ส่งผลให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 30% จาก 100 ล้านลัง/ปี เป็น 130 ล้านลัง/ปี รองรับกับแผนขยายสินค้าในพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของไทยเบฟฯ
นายวิเวก กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาแตกไลน์น้ำแร่บรรจุขวด ซึ่งมีมูลค่ายังไม่ถึง 3,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของตลาดรวม แต่เป็นตลาดกลับเติบโตสูงถึง 15% นอกจากนี้ ยังสนใจแตกไลน์น้ำด่างบรรจุขวด หรือน้ำดื่มผสมรสชาติต่างๆ เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอให้มีสินค้าให้มีความหลากหลาย จากปัจจุบันเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประกอบด้วย น้ำดื่มคริสตัล ชาเขียวโออิชิ และน้ำดื่มฮันเดรด พลัส
“น้ำดื่มบรรจุขวดยังสามารถแตกเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ได้ อาทิ เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งผสมวิตามินอย่างอควาฟิน่า วิตซ่า แต่ยังเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งบริษัทก็ศึกษาตลาดด้วยเช่นกัน ส่วนภาพรวมน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 10-12% เนื่องจากกระแสสุขภาพที่มาแรง มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด อาทิ น้ำดื่มคาราบาว หรือกระทั่งสินค้าเฮาส์แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดอีกหลายแบรนด์” นายวิเวก กล่าว
สำหรับแผนในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจึงทุ่มงบ 200 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ ”ไปไหนก็คริสตัล” เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเลือกดื่มน้ำคริสตัลตลอดทั้งวัน ปรับทัศนคติของผู้บริโภคให้กระตุ้นการซื้อน้ำดื่มยกแพ็กมากกว่าซื้อขวดเดียว พร้อมกับปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ เพื่อผลักดันให้เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกเป็นอันดับแรก และขยายบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสทางการตลาด
นายวิเวก กล่าวอีกว่า เป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าคริสตัลขึ้นเป็นผู้นำตลาดแทนที่น้ำดื่มสิงห์ โดยผลักดันให้คริสตัลเป็นแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนไทย ซึ่งปัจจุบันสิงห์มีส่วนแบ่งกว่า 20% ส่วนคริสตัล 17.4% จากการที่มียอดขายครึ่งปีแรกเติบโต 18% ส่วนเนสท์เล่มีส่วนแบ่ง 14% สำหรับสิ้นปีตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15-16% มากกว่าการเติบโตของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด







