posttoday
คนรวยฮิต จ้างที่ปรึกษา ดูแลเงินทอง

คนรวยฮิต จ้างที่ปรึกษา ดูแลเงินทอง

08 สิงหาคม 2559

ที่ปรึกษาทางการเงินฮิต ลูกค้ากระเป๋าหนักแห่ใช้บริการกระจายความเสี่ยง

ที่ปรึกษาทางการเงินฮิต ลูกค้ากระเป๋าหนักแห่ใช้บริการกระจายความเสี่ยง

นายวิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอฟซีจี บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ทิศทางของธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินที่เป็นผู้นำเสนอสินค้าทางการเงินให้กับลูกค้าในไทยจะได้รับความนิยมมากขึ้น เห็นได้จากแต่ละธนาคารหรือบริษัทประกันชีวิตก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารเรื่องการเงินให้กับลูกค้าของตัวเองเพิ่มขึ้น

สำหรับปีนี้บริษัทก็คาดว่าจะมีสินทรัพย์ที่ได้รับบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท จากฐานลูกค้าประมาณ 3 หมื่นราย โดยแบ่งเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นมากที่สุด 38% ประกันชีวิต 35% ตราสารหนี้ 15% ส่วนที่เหลืออีก 12% เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอื่นไม่ว่าจะเป็นแบบประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) โดยบริษัทจะวางแผนให้ลูกค้าตั้งวิเคราะห์สินทรัพย์และหนี้สิน การวางเป้าหมายชีวิต และการบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่างๆ

“ไม่ว่าจะเป็นแบงก์หรือประกัน เราไม่ได้มองเป็นคู่แข่งกัน แต่มองเป็นพันธมิตรมากกว่า เพราะโดยปกติลูกค้าก็ใช้วิธีการกระจายสินทรัพย์ให้แต่ละเจ้าบริหารอยู่แล้ว ไม่ได้ให้เจ้าใดเจ้าหนึ่งบริหารทั้งหมด อย่างลูกค้าของไอเอฟซีจีเอง ส่วนใหญ่ก็มาจากปากต่อปากแนะนำกันมา ไม่ได้มีการออกไปวิ่งหาลูกค้าข้างนอก เนื่องจากสินค้าทางการเงินนั้น สิ่งสำคัญ คือ ความไว้วางใจ ซึ่งเราก็ถือว่าเรามีพนักงานที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาตครบมากที่สุดถึง 229 คน มีความพร้อมอยู่แล้ว” นายวิทูร กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินต้องตอบสนองและหาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าด้วย อย่างเช่น เรื่องของการคุ้มครองเงินฝากที่เหลือแค่ 15 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ บริษัทก็ต้องวางแผนให้กับเงินของลูกค้า ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรออกสินค้ารองรับ โดยอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงเหมือนเดิมและผลตอบแทนไม่ลดลง อย่างในปี 2558 เฉลี่ยผลตอบแทนจากการแนะนำลงทุนให้กับลูกค้าได้ประมาณ 8% และคาดว่าปีนี้ก็คงไม่ต่ำกว่า 8% เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่เป็นการวางแผนลงทุนระยะยาว 10-20 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับพันธมิตรอีก 2 ราย เตรียมให้บริการสินค้าทางการเงิน ฟินเทคหรือไฟแนนเชียล เทคโนโลยีกับลูกค้า ในกลุ่มที่ต้องการความซับซ้อนน้อยที่สุด แต่ต้องการความรวดเร็วและเข้าถึงง่าย ซึ่งฟินเทคในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนระยะยาวเพิ่มสินทรัพย์ที่จะบริหารเป็น 3 หมื่นล้านบาท และนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ได้ภายในปี 2563

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท