
บล.เคทีบีมองประชามติหนุนหุ้นไทย
บล.เคทีบีมองผลประชามติหนุนหุ้นไทยสัปดาห์นี้ จับตาสภาพคล่องและกำไรบริษัทจดทะเบียน
บล.เคทีบีมองผลประชามติหนุนหุ้นไทยสัปดาห์นี้ จับตาสภาพคล่องและกำไรบริษัทจดทะเบียน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST เปิดเผยว่า หลังจากผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วมองว่าน่าจะทำให้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้เป็นผลบวกต่อทั้งนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แต่ขั้นตอนสู่การเลือกตั้งจากนี้ไป 1 ปี ปัจจัยที่ยังต้องจับตามอง คือ สภาพคล่องของตลาดหุ้นทั่วโลกและนโยบายของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก
"ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยลดลงมาค่อนข้างมาก จากผลประกอบในกลุ่มเทเลคอมและธนาคารพาณิชย์ แต่โดยรวมเศรษฐกิจไทยที่ไม่ได้มีอะไรแย่มากและจากการที่ธนาคารกลางในประเทศใหญ่ๆมีการดำเนินนโยบายการเงินออกมา โดยรวมทิศทางเศรษฐกิจโลกน่าจะดีขึ้นในปีนี้ และทำให้ในปี 2560 ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกน่าจะดีขึ้น"นายวิน กล่าว
ส่วนปัจจัยช่วงครึ่งหลังของปีที่ต้องติดตาม คือ เศรษฐกิจยุโรปการที่อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนได้ คาดว่าดัชนีในสัปดาห์นี้ที่จะมีการซื้อขายเพียง 4 วันทำการจะแกว่งในกรอบ 1,510–1,566จุด
"ผลการลงประชามติที่ออกมาดีจะทำให้มีแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนที่ชะลอการลงทุนไปก่อนหน้านี้ หากดัชนีฯหรือราคาหุ้นในวันจันทร์นี้ปรับตัวขึ้นไปไม่แรง จะเป็นจังหวะของการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ของแต่ละกลุ่มหรือรอซื้อเมื่ออ่อนตัว"นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่ยังมีทิศทางที่สดใสจะเป็นหุ้นที่เป็นได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ กลุ่มรับเหมาฯและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หุ้นที่มีฐานรายได้ในเขตภูมิภาค และหุ้นที่อิงกับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน
สำหรับหุ้นที่ บล. KTBST แนะนำได้แก่หุ้นที่ได้รับผลบวกจากประชามติที่ผ่าน BBL,ADVANC , PTT , STEC , CPALL หุ้น Domestic Play ได้แก่ MC , HMPRO และหุ้นที่ราคาลงมามาก มีแนวโน้มฟื้นตัว BA,SAT,SVI,BH







