
รื้อสเปกน้ำมันแก๊สโซฮอล์
กรมธุรกิจพลังงานนัดถกโรงกลั่นปรับโครงสร้างชนิดน้ำมันของประเทศ เปิดทางยืดหยุ่นผลิตโซฮอล์
กรมธุรกิจพลังงานนัดถกโรงกลั่นปรับโครงสร้างชนิดน้ำมันของประเทศ เปิดทางยืดหยุ่นผลิตโซฮอล์
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมจะเชิญโรงกลั่นน้ำมันเข้าหารือแนวทางการปรับโครงสร้างชนิดน้ำมันของประเทศ โดยอาจพิจารณากำหนดน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์เป็น 3 เกรด คือ อี10 อี20 และอี85 พร้อมทั้งทบทวนสเปกน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลด้วย คือ จะไม่จำกัดว่าจะต้องใช้เบนซินพื้นฐานออกเทน 95 เท่านั้น
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างชนิดน้ำมันเป็นผลสืบเนื่องจากแผนบริหารน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 (อี10) ที่ใช้เบนซินออกเทน 91 ผสม ภายในปี 2561
"แนวทางที่เป็นไปได้ จะมีการปรับสเปกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ใหม่ โดยจะยืดหยุ่นค่าออกเทนของเบนซินพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้โรงกลั่นปรับตัวได้เร็วขึ้น ที่สำคัญขณะนี้ต้องยอมรับว่าราคาเนื้อน้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 11-12 บาท/ลิตร แต่เมื่อนำเอทานอลที่ราคาสูง 22-23 บาท/ลิตร มาผสมก็ทำให้ราคาแพง จุดนี้เราก็จะสามารถยืดหยุ่นสัดส่วนเช่นเดียวกับดีเซลที่กำหนดผสมไบโอดีเซล (บี100) ไม่เกิน 7% แต่ปัจจุบันผสม บี100 อยู่ 5% ดังนั้นหากราคาเอทานอลสูงหรือมีปัญหาก็ลดส่วนผสมลงได้เช่นกัน" นายวิฑูรย์ กล่าว
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า การกำหนดชนิดน้ำมันดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่กรมธุรกิจพลังงานจะต้องปรับสเปกน้ำมันใหม่แต่ละประเภทด้วย โดยกำหนดออกเทนของน้ำมันพื้นฐานจะอยู่ที่ระดับเท่าใด เช่น หากจะกำหนดให้มีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี10 เหลือเพียงชนิดเดียว จากปัจจุบันที่มีแก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ก็ควรระบุสเปกน้ำมันออกเทนพื้นฐาน อี10 อยู่ระหว่าง 91-95 ก็ได้ หรือจะปรับลดสัดส่วนลงกว่านี้ เพราะปัจจุบันรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องมีออกเทนสูงระดับ 95 ก็ได้
นายวิฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียม (แทปไลน์) แจ้งว่า ได้เลือกบริษัท เอสซี กรุ๊ป เป็นผู้ลงทุนโครงการขยายระบบท่อส่งน้ำมันไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จากสระบุรี-นครราชสีมา-ขอนแก่น 340 กิโลเมตร และภายในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างกรมธุรกิจพลังงาน และบริษัท เอสซี กรุ๊ป







