
เมื่อผมเป็นนักเรียนกฎหมายและนักกฎหมายธุรกิจ (จบ)
....กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
....กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ผมเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบองค์ประกอบและการปฏิบัติตัวในการตัดสินใจว่าควรจะเรียนกฎหมาย หรือเปลี่ยนอาชีพมาประกอบอาชีพกฎหมายหรือไม่ ผ่านประสบการณ์การเป็นนักกฎหมายนับตั้งแต่การเริ่มเรียนกฎหมาย และทำงานด้านกฎหมายรวมกว่า 30 ปี โดยแบ่งเป็น 10 หัวข้อ
ผมอธิบายไปแล้ว 6 หัวข้อ ได้แก่ 1.แรงบันดาลใจ 2.นิสัยรักการอ่าน 3.สามารถวิเคราะห์และนำเสนอ 4.ความสนใจศึกษาในวิชาอื่นๆ ไม่ใช่แค่วิชากฎหมายอย่างเดียว
5.มีจิตสำนึกสาธารณะ และยกย่องความยุติธรรม เข้าใจคุณค่าคุณธรรมและจริยธรรม และ 6.ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมและกฎหมาย และมีส่วนร่วมในการนำเสนอสิ่งใหม่
วันนี้เรามาว่ากันต่อ ซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายนะครับ
7.ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำด้วยความรักชอบ (Passion) ในวิชาชีพ
เมื่อเวลาศึกษาหรือทำงาน ขอให้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในการทำงานและการเรียน ผมได้ใช้คติที่ว่าทำอะไรทำให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร แต่ควรแข่งขันกับตนเอง เพราะการเปรียบเทียบกับคนอื่นอาจทำให้เราท้อถอยผิดหวังได้ การเปรียบเทียบจึงไม่มีประโยชน์อะไรเลย และที่สำคัญคือต้องทำงานวิชาชีพทุกอย่างด้วยความรักชอบในวิชาชีพที่ตนทำอยู่ เพราะหากทำด้วยความรักชอบก็ย่อมจะทำงานได้ดีมีคุณภาพและมีความสุข
8.การมีเครือข่าย (Networking)
ในการเรียนและการทำงานเพื่อความสำเร็จ การมีเครือข่ายจะมีความสำคัญต่อผลสำเร็จในด้านการเรียนและการงานในอนาคต การทำงานร่วมกับคนอื่น หรือการเข้าเรียนหลักสูตรต่างๆ เพื่อที่จบออกมาแล้วจะทำให้งานประสบความสำเร็จได้ แต่ต้องไม่ใช้เครือข่ายในทางที่ผิดกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม อย่างเด็ดขาด
9.การประกอบสัมมาอาชีพ
เมื่อเรียนจบมาแล้วควรเลือกการประกอบอาชีพกฎหมายที่ถูกต้องทั้งทางกฎหมาย มีคุณธรรม จริยธรรม ที่เป็นสัมมาอาชีพ และทำทุกอย่างถูกต้องในวิชาชีพนั้น ก็ย่อมส่งผลถึงความสำเร็จในหน้าที่การงานได้
10.รู้จักการให้และรู้จักตอบแทนบุญคุณ
การเป็นคนที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ (รวมถึงพ่อ แม่ ครู อาจารย์ และสถาบันการศึกษา) เป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันผมได้ใช้เวลาตอบแทนคณะนิติศาสตร์ โดยการสอนหนังสือทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทกว่า 20 ปี เพราะมีวันนี้ได้ก็เพราะโอกาสที่ได้เรียนจบคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผมรำลึกถึงบุญคุณของคณะ พระคุณของครูอาจารย์ที่ผ่านมาทุกท่าน รวมทั้งการบริจาคเงินให้กับองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ การให้ การตอบแทนกับสังคมเป็นหน้าที่ของทุกคน และเชื่อผมเถอะครับ ยิ่งให้ เราก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนคืนมากกว่าการให้ครับ
ข้อคิด 10 ประการข้างต้น อาจพอเป็นแนวทางให้ผู้อ่านที่กำลังเรียนกฎหมายหรือปฏิบัติหน้าที่ด้านกฎหมาย และผู้ที่จะตัดสินใจเรียนกฎหมายนำไปประกอบการพิจารณาว่าสมควรจะทำอย่างไร
ผมไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพ แต่ทุกวันนี้ผมยังมีความสุขกับการทำงาน และคิดว่าการเผยแพร่ประสบการณ์ความรู้ต่างๆ ให้กับนักกฎหมายรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานให้ลูกความ การสอนหนังสือ และการเขียนหนังสือ ล้วนเป็นเรื่องที่จะมีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เพราะนักกฎหมายเหล่านี้ในอนาคตจะเป็นผู้นำในสังคมเพื่อขับเคลื่อนประเทศอันเป็นที่รักของเราให้เจริญวัฒนาสถาพร และผมคิดว่าจะยังคงทำหน้าที่ในฐานะครูผู้ให้ต่อไปจนกว่าจะหมดไฟครับ อย่างน้อยๆ ผมก็ได้เขียนบทความหน้าต่างบานแรกมาเกือบ 8 ปีแล้วครับ







