posttoday
SPCGครึ่งปีกำไรตก

SPCGครึ่งปีกำไรตก

06 สิงหาคม 2559

ปันผล40สตางค์ต่อหุ้น/PDI-DCORPดิ้นไปนอก

ปันผล40สตางค์ต่อหุ้น/PDI-DCORPดิ้นไปนอก

โพสต์ทูเดย์ - พลังงานทดแทนกำไรยังวูบต่อ SPCG ไตรมาส 2 กำไร 571 ล้านบาท ด้าน PDI งบลงทุนโซลาร์ญี่ปุ่นเพิ่ม-DCORP ลงทุนฟิลิปปินส์คืบ 

น.ส.วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 จำนวน 571 ล้านบาท ลดลง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 671.83 ล้านบาท และลดลง 6.42% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 610.22 ล้านบาท

ทั้งนี้ ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,181 ล้านบาท ลดลง 3.9% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,229 ล้านบาท

“งวดครึ่งปีบริษัทมีรายได้รวม 2,428 ล้านบาท ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้สุทธิ 2,598.81 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานอยู่ที่ 622 ล้านบาท ลดลงเช่นเดียวกันกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีต้นทุน 730 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,806.03 ล้านบาท ลดลงเช่นกันจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,868 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.40 บาท จากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2559 ขึ้น XD วันที่ 18 ส.ค. 2559

ทั้งนี้ การจ่ายปันผลหุ้นละ 0.40 บาท เท่ากับว่าในงวดครึ่งปีให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในอัตรา 1.8%

สำหรับราคาหุ้น SPCG ปิดที่ 21.70 บาท ลดลง 0.60 บาท หรือลดลง 2.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79.12 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ทริสเรทติ้งประกาศคงเครดิต SPCG ที่ A ลบ แนวโน้มคงที่ อันดับเครดิต สะท้อนถึงการมีกระแสเงินสดที่แน่นอนจากการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และผลการดำเนิน
งานยังน่าพอใจ และแนวโน้มการใช้พลังงานทดแทนของประเทศเพิ่มขึ้นแต่อันดับเครดิตจะถูกลดทอนจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง

สำหรับแนวโน้มคงที่สะท้อนว่าบริษัทยังสามารถรักษาระดับประสิทธิภาพและในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อิบิตดา) อย่างน้อยจะอยู่ในระดับ  3,200-3,300 ล้านบาท/ปี

SPCG เป็นโฮลดิ้งลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 โครงการ โดยมีกำลังผลิตทั้ง 205.92 เมกะวัตต์ในปี 2558 โดย 90.6% ของรายได้มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2559 มีมติอนุมัติการลงทุนในโครงการ Ryohashiya ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น มีขนาดกำลังการผลิตรวม 2.20 เมกะวัตต์ แทนโครงการ FUKUI 2 ที่มีขนาดกำลังการผลิตรวม  2.1 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นจากที่ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือน เม.ย. 2559 จาก 5,949 ล้านเยน เป็น 6,131 ล้านเยน

นายอภิเชฐ ปุสรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (DCORP) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงจำนวน 2 ฉบับกับผู้ลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าทำการตรวจสอบสถานะบริษัทจำนวน 2 บริษัท ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งประกอบธุรกิจพลังงานเพื่อเข้าซื้อหุ้นจำนวน 40% ของทั้งสองบริษัท โดยในปัจจุบันได้ทำการตรวจสอบสถานะในด้านเทคนิคของทั้งสองบริษัทแล้ว ซึ่งทั้งสองบริษัทได้รับใบอนุญาตในการขายไฟฟ้าให้รัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีสิทธิในการลากสายเพื่อต่อเข้ากับสายไฟแรงสูงตามการศึกษา ซึ่งในระหว่างนี้บริษัทอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการเตรียมกระบวนการเข้าซื้อหุ้น รวมถึงการจัดเตรียมแหล่งเงินทุน และแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยหลังจากที่การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายแล้วเสร็จ บริษัทจะดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นต่อไป

“หลังจากการเข้าตรวจสอบทางเทคนิคในเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ ทั้งสองบริษัทที่เราเจรจาได้รับสัญญาขายไฟแล้ว ซึ่งเป็นการรับประกันความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่งในการเข้าลงทุน โดยโครงการลงทุนในฟิลิปปินส์อยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งในปัจจุบันมีความคืบหน้าไปพอสมควร และหลังจากนี้เราจะสามารถลงนามเข้าซื้อหุ้นได้ก็ต่อเมื่อการตรวจสอบสถานะทางเทคนิค และข้อกฎหมายเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะมีการรายงานให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนต่อไป” นายอภิเชฐ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท