
เทคฟาร์ม ‘เล่นน้ำ’ พลิกธุรกิจเกษตร
เป็นสตาร์ทอัพไทยแห่งอนาคต กับทีมคนรุ่นใหม่ที่ร่วมสร้างทีมสตาร์ทอัพตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เป็นสตาร์ทอัพไทยแห่งอนาคต กับทีมคนรุ่นใหม่ที่ร่วมสร้างทีมสตาร์ทอัพตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย จากความสนใจในเทคโนโลยีร่วมกันกับบริษัท เทคฟาร์ม ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มเกษตรกรในประเทศไทยและทั่วโลก
“เทคฟาร์ม” ได้ก่อตั้งมาประมาณ 2 ปีแล้ว ทีมก่อตั้ง ประกอบไปด้วย “อานนท์ บุณยประเวศ” “ปริวรรช์ ทองเนื้อสุข” และ “มณีรัตน์ ว่องเจริญพร” ที่ร่วมจัดตั้งทีมตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และได้ร่วมทีมแข่งขันร่วมกัน จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์แรกในชื่อ เล่นดิน เครื่องมือตรวจสารอาหารในดินให้แก่เกษตรกรไทย เพื่อให้เกษตรกรรู้ได้ว่าในดินมีสารอาหาร และมีสารที่ตกค้างอยู่เท่าใด โดยผลิตภัณฑ์นี้อยู่ระหว่างการพัฒนาออกมาสู่ตลาดในอนาคต
“อานนท์ บุณยประเวศ” ผู้บริหาร บริษัท เทคฟาร์ม และผู้ร่วมก่อตั้ง เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้พัฒนาออกมาสำเร็จแล้วคือ “เล่นน้ำ” (LenNam) ผลิตภัณฑ์ตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบอัจฉริยะ โดยเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถนำไปใช้ตรวจสอบคุณภาพของน้ำได้ในทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นแก่เกษตรกรอย่างมาก สามารถตรวจสอบวัดคุณภาพน้ำได้ในมาตรฐาน และกำหนดราคาขายที่ย่อมเยาอยู่ที่ 8,000 บาท คาดว่าจะทำตลาดได้อย่างเป็นทางการในช่วง 1 ปีข้างหน้า
“เล่นน้ำ” ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพของน้ำได้แล้ว ยังเป็นการพัฒนาจากทีมงานคนไทย และร่วมมือกับนักวิจัยในประเทศ รวมถึงมีการหารือทำงานกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยมีราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมาก ซึ่งมีราคาสูงถึงระดับหลักแสนบาท ดังนั้นสินค้าของเล่นน้ำจึงส่งผลดีต่อเกษตรกรช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี เพราะการทำธุรกิจเลี้ยงสัตว์ถือเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูงมากเป็นหลักแสนและหลักล้านบาท อีกทั้งสามารถให้ข้อมูลแก่เกษตรกรผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ ดีแทค แอคเซลเลอเรท และเป็นผู้ชนะการประกวดในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้บริษัทมีเงินทุนที่นำมาขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง และมีการร่วมโครงการประกวดอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ อีกทั้งทีมงานยังเป็นผู้ชนะในการประกวด “Thailand Women Entrepreneurs Startup Competition 2016” ที่จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งล่าสุดแล้ว
“ความท้าทายในการร่วมทีมที่เริ่มทำตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย คือ การแบ่งเวลาทั้งการทำงานและการเรียนให้ควบคู่ไปด้วยกันได้ แต่ทุกอย่างคือมีความมุ่งมั่นและพยายามทำให้ดีที่สุด อีกทั้งเมื่อผมได้เรียนจบแล้ว จึงสามารถเข้ามาเริ่มทำงานในบริษัทอย่างเต็มที่ ได้เรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด ทั้งการบริหาร การเรียน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์” อานนท์ กล่าว
สำหรับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จะแตกต่างจากธุรกิจสตาร์ทอัพรายอื่นในประเทศ ส่วนใหญ่จะทำด้านซอฟต์แวร์เป็นหลัก โดยการเลือกทำสตาร์ทอัพ ฮาร์ดแวร์ แม้จะต้องมีการลงทุนในระดับสูงและใช้เวลาพัฒนา รวมถึงการสร้างฮาร์ดแวร์ แต่เชื่อมั่นว่าจะมีความต้องการสูงในประเทศอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ บริษัทกำลังพัฒนา “เล่นน้ำ” ให้เป็นชุมชนของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำมาแบ่งปันข้อมูลในด้านต่างๆ รวมถึงมีเครือข่ายนักวิจัยที่พร้อมให้ความรู้และแนะนำแก่เกษตรกรผ่านช่องทางเว็บไซต์ [http://www.techfarmth.xn--com%20-u6t3b3f8gi/]www.techfarmth.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/LennamProject เชื่อมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมเกษตรกรไทยอย่างมาก และผลักดันให้เกษตรกรไทยก้าวสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ได้อย่างแท้จริง
ถือเป็นทีมสตาร์ทอัพไทยที่สร้างผลิตภัณฑ์แตกต่าง และเป็นที่ต้องการในตลาดโลก พร้อมกับมีเป้าหมายสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแก่เกษตรกรทั่วโลก







