posttoday
ทหารไทยหั่นเป้าสินเชื่อ

ทหารไทยหั่นเป้าสินเชื่อ

05 สิงหาคม 2559

ทีเอ็มบี หั่นเป้าระนาวทั้งสินเชื่อและเงินฝาก หลังเศรษฐกิจโตช้า เล็งขายออกเอ็นพีเอหวังคุมหนี้เสีย

ทีเอ็มบี หั่นเป้าระนาวทั้งสินเชื่อและเงินฝาก หลังเศรษฐกิจโตช้า เล็งขายออกเอ็นพีเอหวังคุมหนี้เสีย

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ภาคเอกชนยังไม่มีการลงทุนอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง ทำให้ธนาคารตัดสินใจปรับลดเป้าหมายสินเชื่อรวมในปีนี้ลงจากเดิมโต 8-10% เหลือ 6-8% หลังจากครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตเพียง 2%  โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตได้จากสินเชื่อเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโต เงินฝากลงเหลือ 2% จากเดิมโต 5-10% ให้สอดคล้องกับเป้าหมายสินเชื่อเติบโตน้อยลง ซึ่งขณะนี้ พบว่า เงินฝากยังมีแนวโน้มเติบโตอยู่  ดังนั้น ธนาคารจะบริหารจัดการชักชวนลูกค้าผันเงินฝากไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุน ได้แก่ กองทุนรวม ประกัน และตราสารหนี้ ที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากแทน

“การบริหารสภาพคล่องของธนาคารในช่วงนี้มีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากเงินฝากไหลเข้าปริมาณมาก ขณะที่สินเชื่อเติบโตน้อยกว่าเป้าหมาย จนทำให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากลดลงเหลือ 92% การบริหารต้นทุนจึงยากลำบากขึ้น โดยครึ่งปีแรกมียอดเงินฝากรวมเฉียด 7 แสนล้านบาท ขณะที่สินเชื่อรวมอยู่ที่ 5.4 แสนล้านบาท” นายบุญทักษ์ กล่าว

สำหรับแผนการขยายสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น จะได้ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยสัปดาห์หน้า ธนาคารเตรียมออกแคมเปญผลิตภัณฑ์สินเชื่อเอสเอ็มอีใหม่ ตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ เป็นแคมเปญเพื่อให้ลูกค้าเอสเอ็มอีเดินบัญชีกับธนาคาร ซึ่งธนาคารได้พัฒนาระบบทรานแซคชั่นแนล สกอร์ ที่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าผ่านการเดินบัญชีได้ โดยเฉพาะแคมเปญนี้คาดว่าจะปล่อยได้ 5,000 ล้านบาท ในสิ้นปี

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ธนาคารตั้งเป้าจะรักษาไม่เกิน 3% ของสินเชื่อรวมภายในสิ้นปีนี้ จากครึ่งปีแรกเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.87% โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ได้ตัดหนี้สูญไป 3,000 ล้านบาท และครึ่งปีหลัง ธนาคารจะบริหารจัดการเอ็นพีแอลอย่างรัดกุม ใช้วิธีทั้งขายเอ็นพีแอลให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ และตัดหนี้สูญ (ไรท์ออฟ) โดยเอ็นพีแอลที่ขายออกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอี

“ไตรมาส 2 ที่ไรท์ออฟไปนั้น ได้ตั้งสำรอง 100% ในเชิงบัญชี แต่ในทางปฏิบัติธนาคารยังช่วยเหลือและติดตามหนี้อยู่ ซึ่งจะมีเอ็นพีแอลส่วนหนึ่งกลับมาเป็นปกติได้ และมองว่า หากไม่สามารถแก้ไขเอ็นพีแอลได้ใน 2-3 ปี ควรตัดขายให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเอเอ็มซีจะดีกว่า” นายบุญทักษ์ กล่าว

นอกจากนี้ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ มีแนวโน้มจะเน้นความรัดกุมต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีต้นทุนการสำรองอยู่ระดับสูงประมาณ 1.2-1.3% ของสินเชื่อรวม ทำให้สัดส่วนเงินสำรองต่อเอ็นพีแอลอยู่ที่ 143% สูงเป็นอันดับ 2 ของระบบ เนื่องจากเอ็นพีแอลยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นตามที่ประเมินไว้ว่า แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้น แต่เอ็นพีแอลจะปรับขึ้นต่อเนื่องไปอีก 12-18 เดือน โดยน่าจะเห็นเอ็นพีแอลสูงสุดในสิ้นปีนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท