
2ค่ายโอเปอเรเตอร์ หนุนสตาร์ทอัพโกอินเตอร์
โดย...ทีมข่าวไอที
โดย...ทีมข่าวไอที
สตาร์ทอัพไทยถือว่ามีความโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ในระดับนานาชาติ ทำให้โอเปอเรเตอร์ไทยรายใหญ่ในตลาดไม่อาจทิ้งคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ เพราะทั้งเอไอเอสและดีแทคต่างก็เร่งสนับสนุนและส่งออกธุรกิจสตาร์ทอัพเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทได้เริ่มสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2554 มีจำนวน 100 ราย ขยับเพิ่มเป็น 300 ราย ในปี 2556 และ 2557 ขยับเพิ่มเป็น 1,000 ราย จนกระทั่ง 2558 อยู่ที่ 1,500 ราย
ทั้งนี้ ผลสำรวจความสำเร็จของสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการกับเอไอเอสอยู่ที่ 90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับอัตราการประสบความสำเร็จทั่วไปของกลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่งบริษัทมีงบประมาณหมุนเวียนในการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มสตาร์ทอัพราว 20-30 ล้านบาท/ปี
ปัจจุบันความต้องการของสตาร์ทอัพในประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายตัวรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ จากเดิมที่มีเพียงภาคธุรกิจและนวัตกรรม (Business + Innovation) แต่ต้องเพิ่มในส่วนของนักพัฒนาคอนเทนต์ (Content Creator) เข้าไปเพื่อให้ครบองค์ประกอบของการสื่อสารที่สมบูรณ์
ดังนั้น ล่าสุดบริษัทได้จัดโครงการ “The 5 minute VDO Challenge” เพื่อค้นหา Content Creator โดยได้ร่วมมือกับกลุ่มสิงเทลในการเผยแพร่ผลงานเข้าสู่ฐานลูกค้าที่มีกว่า 600 ล้านคนของธุรกิจในเครือ ซึ่งจากผลสำรวจบนโลกอินเทอร์เน็ต พบว่าคอนเทนต์วิดีโอกว่า 60% เป็นหัวใจในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุดในเวลานี้
ทางด้าน สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจและดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ดีแทคได้ลงทุนในโครงการดีแทคแอคเซอเลอเรทตลอด 4 ปี รวมแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นในเรื่องความรู้ การอบรมและต่อยอดเชิงธุรกิจในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่เหล่านี้มีโอกาสในระดับโลก
นอกจากนี้ ยังได้ดึง ฟาดิ บิชารา ผู้ก่อตั้ง Blackbox ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีประเภทบริษัทเกิดใหม่ เข้ามาทำความรู้จักสตาร์ทอัพในโครงการดีแทคแอคเซอเลอเรท เพื่อช่วยกระตุ้นแนวคิดและความรู้ใหม่ๆ ให้แก่เหล่าสตาร์ทอัพไทย ซึ่งสตาร์ทอัพนั้น ควรมีแนวคิดที่เปิดกว้างและมองโอกาสเติบโต ไม่ใช่แค่ในไทย แต่ต้องไปได้ในระดับโลก
“ปีนี้ดีแทคจะคัดเลือกเหลือเพียง 1 ทีมเท่านั้นที่ได้เข้าอบรมกับทางแบล็กบ็อกซ์ ซึ่งในอดีตตัวแทนจากไทยมีเพียงแค่กระทิง พูนผล ทีมฟาสต์อินโฟลว์และพิกกิโปะเท่านั้นที่ได้รับโอกาสนี้” สมโภชน์ กล่าว
ฟาดิ บิชารา ได้ให้แนวคิดเพิ่มเติมว่า การที่รัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐควรเปิดทางให้สตาร์ทอัพได้ทำในสิ่งที่ต้องทำ อย่าจำกัดความคิดและโอกาสของสตาร์ทอัพ หรือเอาแนวคิดของรัฐมาบังคับให้สตาร์ทอัพปฏิบัติตาม ภาครัฐควรไปหนุนเรื่องเงินทุนและลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเปิดกว้างความคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้สตาร์ทอัพมีการต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของสตาร์ทอัพไทยคือไม่มีความทะเยอทะยาน และจำกัดขีดความสามารถของตัวเอง รวมทั้งปัญหาด้านโปรแกรมเมอร์ที่มีฝีมือของไทยยังน้อยกว่าประเทศเวียดนามและเมียนมา







