
แห่ชิงฟิตเนส3หมื่นล.
ฟิตเนสรายเล็ก-ใหญ่ เร่งเครื่องขยายสาขา หวังชิงส่วนแบ่งตลาด 3 หมื่นล้านบาท ที่เติบโตต่อเนื่อง
ฟิตเนสรายเล็ก-ใหญ่ เร่งเครื่องขยายสาขา หวังชิงส่วนแบ่งตลาด 3 หมื่นล้านบาท ที่เติบโตต่อเนื่อง
นายโอฬาร พิรินทรางกูร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ (ไทยแลนด์) ผู้บริหารฟิสเนสคลับ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทแม่จัดสรรงบ 5,200 ล้านบาท สำหรับการลงทุนธุรกิจในประเทศไทยตามแผน 5 ปี (2557-2561) จนถึงปัจจุบันบริษัทได้ขยายสาขาแล้ว 3 แห่ง และจะเปิดสาขาที่ 4 ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยจะเป็นสาขาใหญ่ที่สุดขนาด 5,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนถึง 800 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังวางแผนขยายสาขา ให้ครบ 5 แห่งในปีนี้และปีหน้าอีก 5 สาขา คาดว่าจะสามารถขยายได้ครบ 20 สาขา ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2561 แน่นอน เนื่องจากผลวิจัยพบว่าคนไทยยังมี อัตราการออกกำลังการน้อยมาก หรือต่ำกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ขณะที่ประเทศอื่นอย่างสิงคโปร์อยู่ที่ 8% ออสเตรเลีย 13% และสหรัฐอเมริกา 28% จึงทำให้เห็นโอกาสการเดิบโตอีกมาก รวมทั้งได้แรงหนุนจากกระแสการรักสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง
ปัจจุบัน เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ มีฐานสมาชิกราว 1 หมื่นราย คิดอัตราค่าบริการเริ่มต้น 500 บาท/สัปดาห์ เน้นจุดเด่นด้านความครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
นายวิสุทธิ์ สุระเฉลิมกูล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ฟิตเนส กล่าวว่า เดิมกลุ่มผู้ถือหุ้นเอ็ม ฟิตเนสเป็นทีมที่ปรึกษาพัฒนาฟิตเนสในโครงการหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ และมองเห็นโอกาสของธุรกิจฟิตเนสในกรุงเทพฯ ที่ยังมีโอกาสเติบโต จึงตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจฟิตเนสตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันมี 3 สาขาย่านรอบเมืองกรุงเทพฯ ได้แก่ มหาชัย พระราม 2 และมไหสวรรย์ (ย่านท่าพระ)
สำหรับแนวทางการลงทุนจะเน้นสาขาชานเมืองเป็นหลัก ขนาดพื้นที่ 400-1,200 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 10-20 ล้านบาท ใช้เวลาคืนทุน 3-5 ปี โดยจะเลือกทำเลที่ยังไม่มีฟิตเนสของผู้ประกอบการรายใหญ่เปิดให้บริการ เพื่อเลี่ยงการแข่งขัน แต่ จะเลือกทำเลที่ตั้งที่มีสถานที่สำคัญ เช่น สาขามหาชัย จะติดกับโรงพยาบาลมหาชัย พระราม 2 จะติดกับโครงการคอมมูนิตี้มอลล์เดอะ ไบร์ท เป็นต้น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนในพื้นที่เป็นหลัก
ขณะที่เป้าหมายภายในปี 2562 จะต้องมีสาขาครบ 10 สาขา และมีรายได้แตะ 100 ล้านบาท จากปีนี้คาดว่ามี รายได้ 20 ล้านบาท โดยคิดอัตราให้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 900-1,300 บาท/เดือน ปัจจุบันมีสมาชิก 600-700 คน/สาขา ส่วน ในปีที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้จากค่าสมาชิก 70% และค่าเทรนเนอร์ส่วนบุคคล 30% คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้ารายได้จากเทรนเนอร์ส่วนบุคคลจะเพิ่มเป็น 50% ขณะที่ภาพรวมตลาดฟิตเนสในกรุงเทพฯ มีมูลค่า 9,000 ล้านบาท เติบโตราว 9-10% ต่อปี
ภาพประกอบข่าว







