
โฟล์คสวาเกน กับอันดับ 1 ของโลก
ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้โฟล์คสวาเกนเผชิญกับวิกฤต ถูกดำเนินคดีในข้อหาโกงมลพิษของรถยนต์ ต้องจ่ายค่าเสียหายรวมกว่า 5 แสนล้านบาท แต่แทนที่ธุรกิจจะทรุดตัว กลับทำสิ่งที่คาดไม่ถึง และส่งผลให้ในครึ่งแรกของปี 2559 มียอดจำหน่ายมากถึง 5.04 ล้านคัน แซงหน้าโตโยต้าก้าวขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก
ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้โฟล์คสวาเกนเผชิญกับวิกฤต ถูกดำเนินคดีในข้อหาโกงมลพิษของรถยนต์ ต้องจ่ายค่าเสียหายรวมกว่า 5 แสนล้านบาท แต่แทนที่ธุรกิจจะทรุดตัว กลับทำสิ่งที่คาดไม่ถึง และส่งผลให้ในครึ่งแรกของปี 2559 มียอดจำหน่ายมากถึง 5.04 ล้านคัน แซงหน้าโตโยต้าก้าวขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก
แม้เหตุผลประการหนึ่งของชัยชนะคือ การผลิตของโตโยต้าได้สะดุดลงเนื่องจากแผ่นดินไหวเมื่อเดือน เม.ย. 2559 แต่เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจของโฟล์คสวาเกน โดยมีเคล็ดลับสำคัญดังนี้
ประการแรก โฟล์คสวาเกนมีแบรนด์มากมายครอบคลุมเซ็กเมนต์ต่างๆ แทบทั้งหมด กล่าวคือ ในระดับรถซูเปอร์คาร์มีแบรนด์แลมโบร์กินีและบูกาติ รถยนต์หรูหรามีแบรนด์เบนท์ลีย์ รถยนต์สปอร์ตมีแบรนด์ปอร์เช่ รถยนต์พรีเมียมมีแบรนด์ออดี้ รถยนต์ตลาดบนมีแบรนด์โฟล์คสวาเกน รถยนต์ขับขี่แล้วสนุกมีแบรนด์เซียท รถยนต์ราคาประหยัดมีแบรนด์สโกด้า ไปจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีแบรนด์แมนและสแกนเนียทำตลาด
สำหรับความสามารถพิเศษของโฟล์คที่เหนือกว่าบริษัทอื่นๆ คือ การสร้างสรรค์ให้แต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อแย่งตลาดรถยนต์ของบริษัทอื่น แทนที่จะแย่งตลาดกันเอง ซึ่งนับว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก และแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ โดยเฉพาะค่ายญี่ปุ่นที่แต่ละแบรนด์ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์แตกต่างกันมากนัก
ประการที่สอง ความสามารถในการควบคุมต้นทุน แม้โฟล์คจะเสียเปรียบคือ สหภาพแรงงานแข็งแกร่งมาก ทำให้ต้นทุนแรงงานสูง แต่สิ่งที่โฟล์คยอดเยี่ยมคือ รถยนต์หลากหลายแบรนด์ต่างใช้แพลตฟอร์มและชิ้นส่วนร่วมกันเป็นสัดส่วนสูงกว่าบริษัทอื่นๆ ทำให้ช่วยลดต้นทุนชิ้นส่วนได้มาก อีกทั้งยังสามารถคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี นับว่าตรงกันข้ามกับบริษัทอื่นๆ ที่แม้แต่ละแบรนด์ใช้ชิ้นส่วนแตกต่างกัน แต่ผู้ซื้อกลับเห็นว่าแต่ละแบรนด์เหมือนๆ กัน
ประการที่สาม ความกล้าเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยนับเป็นบริษัทแรกๆ ที่กล้าตัดสินใจเข้าไปดำเนินธุรกิจในจีนตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งช่วงนั้นตลาดรถยนต์ยังมีขนาดเล็กและนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เนื่องจากจีนกลายเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้แบรนด์โฟล์คสวาเกนติดตลาดและครองตลาดจีนมากถึง 18% ขณะที่โตโยต้าเข้าไปดำเนินธุรกิจในจีนภายหลังจากโฟล์คกว่า 18 ปี
ประการที่สี่ เป็นบริษัทรถยนต์ที่ใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน โดยปี 2558 ได้ใช้จ่ายเงินในการวิจัยและพัฒนามากถึง 5 แสนล้านบาท รองลงมา คือ โตโยต้าที่ใช้งบวิจัยและพัฒนาไป 3 แสนล้านบาท ตามด้วยไดม์เลอร์ (เบนซ์) 2.3 แสนล้านบาท จึงส่งผลให้โฟล์คกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมต่างๆ มากมาย
ทั้งนี้ ตามกลยุทธ์ 2568 ที่โฟล์คเพิ่งประกาศเมื่อเดือน มิ.ย. 2559 ได้กำหนดเป้าหมายจะเริ่มผลิตจำหน่ายรถยนต์ขับด้วยตนเองสมบูรณ์แบบภายในปี 2564 และจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 2-3 ล้านคน/ปี ภายในปี 2568 โดยคิดเป็นสัดส่วน 20-25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด







