
หนุนปลูกยางรับตลาดโลกเชื่อราคาพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— ซีพีขานรับโครงการยาง 8 แสนไร่ ชี้อีก 10 ปี ทั่วโลกต้องการใช้ยาง 14.35 ล้านตันนายขุนศรี ทองย้อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธุรกิจยางพารา กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในการสัมมนา
“ยาง 8 แสนไร่ผลประโยชน์ของใคร” ว่า ปัจจุบันความต้องการยางพาราในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศจีน และอินเดีย ตลอดจนความผันผวนของราคาน้ำมันดิบทำให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์เพิ่มสูงตามไปด้วยทั้งนี้ องค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ หรือ IRSG (Inter national Rubber Study Group) วิเคราะห์ว่าตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไปจะเริ่มเกิดปัญหาขาดแคลนยางธรรม ชาติ ทำให้ราคายางธรรมชาติจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยในปีนี้ทั่วโลกจะมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติ 10.50 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณการผลิตอยู่ที่ 10.42 ล้านตัน จากนั้นในปี 2563 ความต้องการใช้ยางธรรมชาติจะสูงถึง 14.35 ล้านตัน แต่ปริมาณการผลิตจะอยู่ที่ 12.40 ล้านตันเท่านั้น
“
โครงการยาง 8 แสนไร่ ถือเป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์โดยตรงกับเกษตรกรรายย่อย ขณะเดียวกันก็เป็นการเตรียมพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นฮับยางพาราด้วย ซึ่งบริษัทพร้อมสนับสนุนนโยบายขยายพื้นที่ปลูกยางเฟส 3 ของภาครัฐ” นายขุนศรี กล่าวส่วนแนวทางหรือรูปแบบในการเข้าร่วมนั้นโครงการขึ้นกับนโยบายและความชัดเจนใน การบริหารจัดการโครงการของทางการในหลายๆเรื่องว่าจะสอดคล้องแนวทางในการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทมากน้อยเพียงใด
” นายขุนศรีกล่าวนายขุนศรี กล่าวเพิ่มเติมถึงประสบการณ์ที่เข้าร่วมโครงการยาง 1 ล้าน ไร่ว่า ตลาดระยะเวลา 25 ปีที่ยางจะให้ผลผลิต จะทำให้เกิดเงินสะพัดในโครงการไม่ต่ำกว่า 5.4 แสนล้านบาท และรัฐบาลจะสามารถเก็บภาษีจากการส่งออกยางหรือที่เรียกว่าเงิน CESS ได้ประมาณ 42,000 ล้านบาท ในขณะที่ภาครัฐมีการลงทุนให้กับโครงการยางล้านไร่ที่ 1,400 ล้านบาท ซึ่ง บริษัทฯในฐานะผู้ผลิตกล้ายางสู่เกษตรกร ได้เข้าไปให้คำแนะนำและดูแลเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และช่วยเหลือในการให้ต้นยางปลูกแทนแก่เกษตรกรที่มีปัญหา ภัยแล้งในปี 47 และปัญหาด้านอุทกภัยในปี 49 ส่ง จำนวน จำนวน 2.5 ล้านต้น คิดเป็นมูลค่า 38.52 ล้านบาท
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ล่าสุดกระทรวงการคลังกำลังหาช่องทางกู้เงินมาให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ดำเนินการส่งเสริมการปลูกยาง โครงการยางพารา 8 แสนไร่ ซึ่งน่าจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้กู้ และจากความล่าช้าเรื่องเงินกู้ทำให้โครงการจะเริ่มในปีงบประมาณ 2554







