posttoday
ผลผลิตล้นข้าวราคาร่วง

ผลผลิตล้นข้าวราคาร่วง

04 สิงหาคม 2559

สมาคมผู้ส่งออกข้าวเสนอนายกฯ จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 2,000 บาท รับมือข้าวราคาตกปลายปีนี้

สมาคมผู้ส่งออกข้าวเสนอนายกฯ จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 2,000 บาท รับมือข้าวราคาตกปลายปีนี้

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงผลผลิตข้าวเปลือกในฤดูกาลหน้าหรือตั้งแต่ผลผลิตข้าวเปลือกนาปี 2559/2560 ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะออกมามากกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาถึง 10-20% เนื่องจากเกษตรกรเร่งปลูกข้าวหลังจากที่ฝนเริ่มตกตามฤดูกาล และสถานการณ์นี้น่าจะเกิดกับผู้ปลูกข้าวประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย และเวียดนาม ทำให้ในปีหน้าจะเกิดการแข่งขันราคาส่งออกข้าวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาข้าวจะปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 จนถึงปี 2560

“ผลผลิตข้าวที่ฤดูกาลหน้าจะออกมามาก โดยข้าวเปลือกนาปี 2559/2560 ของไทย ผลผลิตจะออกมารวม 16-17 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนของข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10-20% ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคา และราคาข้าวก็จะปรับตัวลดลง ซึ่งปีหน้านี้ราคาข้าวเปลือกของไทยในส่วนของข้าวเปลือกเจ้าจะต่ำกว่าตันละ
1 หมื่นบาท” นายเจริญ กล่าว

นอกจากนี้ ราคาส่งออกข้าวไทยยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นกว่าประเทศคู่แข่ง ปัจจุบันเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นมาแล้ว 2-3% ส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวไทยแพงขึ้นอีก 10 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งเป็นการซ้ำเติมภาคการส่งออกข้าวไทยในปี 2560 เพราะคาดว่าค่าเงินบาทจะผันผวนในสถานการณ์นี้ไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากเงินต่างชาติไหลเข้ามาประเทศจำนวนมาก

นายเจริญ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือเกษตรกรกรณีที่ราคาข้าวปรับตัวลดลง คือการหามาตรการเข้าไปดูแล แต่สมาคมเห็นว่าไม่ควรที่จะแทรกแซงทางด้านราคาเพราะจะไม่เกิดประโยชน์ แต่ต้องเข้าไปช่วยเหลือทางตรง เช่น การจ่ายเงินให้กับเกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท ในกลุ่มของเกษตรกรที่ทำนาต่ำกว่า 20 ไร่ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะนำไปเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)

“มาตรการที่รัฐบาลกำลังทำออกมา คือรับจำนำข้าวยุ้งฉาง และชดเชยดอกเบี้ยโรงสี 3% เพื่อเก็บสต๊อกข้าว ยังไม่เพียงพอและไม่เกิดประโยชน์ที่จะดูแลราคาข้าวให้กับชาวนาไทย อีกทั้งจะให้ผู้ส่งออกข้าวไปช่วยรับซื้อข้าวมาเก็บสต๊อกเหมือนกับปีที่ผ่านมา ทางสมาคมก็ไม่มีเงินแล้ว เนื่องจากปีก่อนมีการรับซื้อข้าวหอมมะลิในตลาด 1.5 แสนตัน ราคา 2.6 หมื่นบาท ปัจจุบันข้าวหอมมะลิราคา 2.2-2.3 หมื่นบาท หรือขาดทุนตันละ 3,000 บาท รวมเป็นเงินที่ขาดทุนจากราคาส่วนต่าง 450 ล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ยและค่าฝากเก็บ อีกทั้งยังไม่สามารถผลักดันให้ราคาข้าวหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นได้” นายเจริญ กล่าว

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลที่มีเหลืออยู่อีก 9 ล้านตัน ยังสามารถระบายได้ออกมาเรื่อยๆ แต่รัฐบาลต้องดูจังหวะเวลาและปริมาณที่จะระบายออก อย่าให้มากเกินไปและราคาขายข้าวเก่าสต๊อกรัฐบาลไม่ควรห่างจากราคาข้าวใหม่เกิน 10-20% เช่น ข้าวเจ้า 5% (ใหม่) ราคาส่งออก 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ข้าวเก่าราคา 340-350 เหรียญสหรัฐ/ตัน ก็ไม่ควรนำข้าวสต๊อกรัฐบาลมาขายออกไปในราคา 6-7 บาท/กิโลกรัม (กก.) ซึ่งต่ำเกินไป

สำหรับการส่งออกข้าวไทยในช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ไทยส่งออกข้าวได้แล้ว 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.1% ยังครองตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกอยู่ ส่วนอันดับ 2 คืออินเดีย ส่งออกข้าวได้ 4.76 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% เวียดนาม 2.66 ล้านตัน ลดลง 2.1% และปากีสถาน 2.44 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7.5% โดยทั้งปี 2559 คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมาย 9.5 ล้านตัน มากกว่าอินเดียที่จะส่งออกได้ 9 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม ปีหน้ามีโอกาสที่ไทยจะเสียแชมป์ส่งออกข้าวให้กับอินเดีย เพราะสถานการณ์แข่งขันราคาที่รุนแรง และอินเดียยังเหลือสต๊อกข้าวในประเทศ 20 ล้านตัน ขณะที่ประเทศผู้ซื้อชะลอการนำเข้าข้าว เพราะเร่งปลูกข้าวในประเทศเพิ่มขึ้น

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวในไตรมาส 3 คาดว่าจะส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 6.5 แสนตัน และไตรมาส 4 เฉลี่ยเดือนละ 8 แสนตัน ทำให้การส่งออกข้าวทั้งปี 2559 อยู่ที่ 9.4-9.5 ล้านตัน แต่ก็มีปัจจัยที่น่าห่วงคือ ค่าเงินบาทแข็งค่า กำลังซื้อของต่างประเทศยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะในแถบแอฟริกา

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท