
อสังหาฯแจกปันผลเกิน2%
ครึ่งปีแรกโชว์กำไรกระโดดAPเร่งเปิดขายเพิ่มรายได้
โพสต์ทูเดย์
— อสังหาริมทรัพย์เฮโลแจกเงินปันผลแจ่ม บริษัทใหญ่แข่งจ่ายสูงกว่า 2% เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าเพิ่มรายได้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดาหน้าประกาศกำไรสุทธิครึ่งแรกปีนี้เติบโตขึ้นมากจากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามความต้องการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมที่สูงขึ้น และลูกค้าเร่งโอนกรรมสิทธิ์ก่อนหมดอายุมาตรการภาษี ทำให้บริษัทแต่ละแห่งสามารถจ่ายเงินปันผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นจำนวนที่สูงมาก
ทั้งนี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ยกว่า 2% นับว่าสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก อาทิ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) แจกหุ้นละ 0.16 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.64% บริษัท ศุภาลัย (SPALI) จ่าย 0.30 บาท หรือ 2.56% บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) แจกหุ้นละ 0.18 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.06% บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) จ่ายปันผลหุ้นละ 0.08 บาท หรือ 3.73% บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) จ่ายปันผลหุ้นละ 0.09 บาท หรือ 3.40%
บริษัท มั่นคงเคหะการ (MK) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของปี 2553 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ภายในวันที่ 13 ก.ย. ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 27 ส.ค. 2553
หลังไตรมาส 2 ปีนี้ กำไรสุทธิ 78.97 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.09 บาท ลดลง 26.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 107.47 ล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น และรวม 6 เดือนแรกกำไรสุทธิ 273.87 ล้านบาท หรือ 0.32 บาทต่อหุ้น ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน
คณะกรรมการได้มีมติอนุมัติการซื้อที่ดินรวมกว่า 137 ไร่ ใน จ.อ่างทอง รวมมูลค่า 14.8 ล้านบาท จากบริษัท ทรัพย์นรสิงห์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วม และเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปีนี้บริษัทสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดีเยี่ยม โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 8,266 ล้านบาท เทียบกับจำนวน 5,011 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
ด้านกำไรสุทธิครึ่งปีแรกเท่ากับ 1,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.2% จากระดับ 705 ล้านบาท สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.7% สูงกว่าระดับ 33.5% ในครึ่งปีแรกของปี 2552
ในไตรมาส 2 ปี 2553 รายได้ประมาณ 34% ของรายได้ทั้งหมด มาจากคอนโดมิเนียมที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องมากถึง 7 โครงการ
ด้านยอดขายรวมในปัจจุบัน ณ วันที่ 15 ส.ค. มีจำนวน 6,955 ล้านบาท มาจากสินค้าแนวราบ 4,295 ล้านบาท และจากคอนโดมิเนียม 2,660 ล้านบาท โดยยอดขายทั้งหมดปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
“
สินค้าแนวราบจะเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้รายได้ในปีนี้ดีขึ้น เนื่องจากใช้เวลาเพียง 36 เดือนหลังจากการเปิดขายก็สามารถโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากนี้จนถึงสิ้นปีบริษัทมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่อีกจำนวนรวม 11 โครงการ มูลค่ารวม 22,630 ล้านบาท เป็นแนวราบจำนวน 6 โครงการ มูลค่า 8,830 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมจำนวน 5 โครงการ มูลค่า 13,800 ล้านบาท”ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน วันที่ 15 ส.ค. บริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) มากถึง 15,746 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่า 2,834 ล้านบาท และโครงการคอนโด มิเนียมมูลค่า 12,911 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2556
ด้านบริษัท ปริญสิริ (PRIN) กำไรสุทธิ 216.69 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.20 บาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 175.86 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.17 บาท และรวมงวด 6 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 338.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 226.13 ล้านบาท







