posttoday
ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมาย ยื่นภาษีผ่านเน็ต 100%

ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมาย ยื่นภาษีผ่านเน็ต 100%

03 สิงหาคม 2559

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) แล้ว เมื่อวันที่ 2 ส.ค.นี้ เพื่อรองรับการทำธุรกรรมของประชาชน เช่น การค้าอี-คอมเมิร์ซ ภาคธุรกิจและภาครัฐ (E-Government) โดยกำหนดบังคับให้ยื่นนำส่งภาษีต้องเป็นอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ระบบที่เป็นดิจิทัล ลดต้นทุนของประเทศลง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) แล้ว เมื่อวันที่ 2 ส.ค.นี้ เพื่อรองรับการทำธุรกรรมของประชาชน เช่น การค้าอี-คอมเมิร์ซ ภาคธุรกิจและภาครัฐ (E-Government) โดยกำหนดบังคับให้ยื่นนำส่งภาษีต้องเป็นอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ระบบที่เป็นดิจิทัล ลดต้นทุนของประเทศลง

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กรมสรรพากรเห็นว่าข้อกฎหมายในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเพียงพอต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จึงเสนอให้แก้ไขประมวลรัษฎากร 4 เรื่อง คือ 1.การยื่นแบบแสดงรายการภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) โดยกฎหมายที่แก้ไขใหม่จะกำหนดให้มีการยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และจัดทำบัญชีในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยปี 2565 นิติบุคคลจะต้องยื่นเป็น e-Filing ทั้ง 100% จากปัจจุบันยื่นอยู่เพียง 30% เริ่มกับผู้ประกอบการรายใหญ่ก่อน จากนั้นจึงเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กต่อไป

ส่วนที่ 2.กำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินด้วยระบบอี-เพย์เมนต์ผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่น ต้องการหักภาษีและนำส่งภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-withholdind Tax) ทันทีที่มีการจ่ายเงิน จากเดิมต้องรวบรวมเอกสารเป็นจำนวนมากและชำระเงินต่อกรมสรรพากรทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป กรณีนี้จะลดต้นทุนผู้ประกอบการ

สำหรับส่วนที่ 3 กฎหมายกำหนดให้การจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice/e-Receipt) รวมถึงใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ออกให้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งใบรับที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงิน หรือผู้ชำระราคาในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ต่อไปนี้เมื่อมีการซื้อสินค้าจากร้านค้า ประชาชนไม่ต้องรอใบกำกับภาษีที่เป็นกระดาษอีกต่อไป แต่จะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ประกอบการส่งให้กรมสรรพากรเอง

สุดท้าย 4.จะแก้ไขกำหมายกำหนดให้ธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินหรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้มีหน้าที่เสียภาษีในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากร

ด้าน ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงยอดลงทะเบียนผูกบัญชีพร้อมเพย์ทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ ล่าสุดมีกว่า 13 ล้านบัญชี จากจำนวนบัญชีเงินฝากทั้งระบบ 75 ล้านบัญชี ถือว่าน่าพอใจสำหรับเวลาไม่ถึง 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.

ทั้งนี้ ประเมินว่ายอดการผูกบัญชีพร้อมเพย์จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเข้าสู่พร้อมเพย์ระยะที่ 2 ที่จะเปิดสำหรับนิติบุคคล ตามกำหนดจะเริ่มเปิดตัวในปลายปีนี้ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการโอนเงินเข้าบัญชีเงินเดือน (เพย์โรล) และการชำระค่าสินค้าและบริการที่ง่ายขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับบริษัทต่างๆ และภายในสมาชิกสมาคมธนาคาร เพื่อวางระบบรองรับการชำระเงินนิติบุคคล

อนุชิต อนุชิตนุกูล ที่ปรึกษาคณะทำงานพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) ของรัฐบาล กล่าวว่า ประมาณการได้ยากว่าไทยจะเข้าสู่สังคมที่ลดใช้เงินสดได้เมื่อไหร่ แต่ประเมินคร่าวๆ ว่า หากมีการผูกบัญชีพร้อมเพย์ราว 20-30% ของบ้ญชีเงินฝากที่มีจำนวน 75.24 ล้านบัญชี ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านการชำระเงินในชีวิตประจำวันแล้ว

อย่างไรก็ดี เป้าหมายของสมาคมธนาคารไทยคือ อยากเห็นการชำระเงินผ่านอี-เพย์เมนต์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50-60% ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอี-เพย์เมนต์อยู่ที่ 30% ปัจจัยสำคัญคือ การใช้จ่ายผ่านบัตรต่างๆ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ที่จะติดตั้งเครื่องรูดบัตร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท