posttoday
น้ำมันดิ่งกดหุ้นหลุด1,500

น้ำมันดิ่งกดหุ้นหลุด1,500

03 สิงหาคม 2559

น้ำมันลงแรงกังวลปริมาณผลิตล้นตลาดอีกนาน นักวิเคราะห์เพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น PTT หุ้นการบินได้อานิสงส์

น้ำมันลงแรงกังวลปริมาณผลิตล้นตลาดอีกนาน นักวิเคราะห์เพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น PTT หุ้นการบินได้อานิสงส์

ตลาดหุ้นไทยปรับฐานต่อเนื่องหลังปรับขึ้นมาแรง จนดัชนีร่วงลงแรงหลุด 1,500 จุด มาปิดตลาดที่ 1,497.51จุด ลดลง 15.11 จุด หรือ 1% มูลค่าการซื้อขายยังคงหนาแน่น 57,243.11 ล้านบาท  แรงขายมาจากหุ้นกลุ่มใหญ่ ทั้งธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพลังงาน นำโดย บริษัท ปตท. (PTT) ปิด 319 บาท ลดลง 8 บาท หลังจากราคาน้ำมันดิบรูดลงแรงทำสถิติต่ำสุดรอบ 3 เดือน

นักวิเคราะห์ บล.อาร์บีเอช ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย. ลดลงทั้งสองตลาด เบรนต์ลดลง 1.39 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 42.14 เหรียญสหรัฐ และน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WIT) ลดลง 1.54 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 40.60 เหรียญสหรัฐ หลังจากปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นทั้งจากสหรัฐอเมริกาและกลุ่มโอเปกที่ผลิตน้ำมันเดือน ก.ค. ทำสถิติสูงสุดรวมถึงการส่งออกน้ำมันของลิเบียด้วย  สร้างความกังวลเรื่องปริมาณการผลิตที่มากเกินความต้องการกลับมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ การที่ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาส 2 เบื้องต้นที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด จาก 2.5-2.6% มาอยู่ที่ 1.6% รวมถึงสินค้าคงคลังต่ำสุดตั้งแต่ปี 2011 การชะลอการลงทุนของภาคเอกชน ที่มีผลต่อเนื่องจากการออกจากยูโรโซนของสหราชอาราจักรนำโดยอังกฤษ ล้วนมีผลต่อตลาดทั้งสิ้น

ขณะที่บลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 57 เหรียญสหรัฐ ในปี 2560 หลังคาดว่าอุปทานส่วนเกินจะค่อยๆ ลดลง และดอยช์แบงก์ เอจี คาดว่าการฟื้นตัวของราคาน้ำมันจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าอุปทานส่วนเกินจะลดลง ส่วนใหญ่คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 49.50 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 4 ปีนี้ ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นไปยืนเหนือ 50 เหรียญสหรัฐ ในปีหน้า

ด้านบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งทยอยออกประมาณการกำไรสุทธิของ ปตท. ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าไตรมาส 2 กำไรจะดีขึ้น เช่น บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ปรับขึ้นประมาณการกำไรปีนี้ 10% เป็น 8.02 หมื่นล้านบาท ส่วนปีหน้าเพิ่มอีก 23% เป็น 9.23 หมื่นล้านบาท มาจากกำไรในธุรกิจหลักของ ปตท.รวมบริษัทในเครือเช่น บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ที่ดีกว่าที่คาดไว้  และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 340 บาท จากเดิม 320 บาท

สำหรับไตรมาส 2 คาดว่าจะมีกำไร 3 หมื่นล้านบาท เติบโต 27% จากไตรมาสแรก กำไรจากธุรกิจก๊าซที่ดีขึ้น ทั้งปริมาณการขายและราคาขาย ขาดทุนจาก NGV ทรงตัว  1,293 ล้านบาท ส่วนธุรกิจน้ำมันคาดกำไรเพิ่มขึ้นและมีกำไรสต๊อกน้ำมันประมาณ 3,572 ล้านบาท ธุรกิจถ่านหินยังโตดีตามปริมาณขายเพิ่มขึ้น 25% เป็น 2.57 ล้านตัน  และต้นทุนผลิตที่เป็นเงินสดลดลงเหลือ 35.3 เหรียญสหรัฐ/ตัน ชดเชยราคาขายเฉลี่ยลดลง 6% เป็น 41.8 เหรียญสหรัฐ/ตัน  ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทโรงกลั่นและปิโตรเคมีในเครือเพิ่มขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากกำไรสต๊อกและส่วนต่างของปิโตรเคมีสูงขึ้น คาดว่า ปตท.จะจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก 6 บาท/หุ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลดีต่อธุรกิจสายการบิน ซึ่งจะเห็นว่าหุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ปิดที่  6.65 บาท บวก 0.05 บาท และยังมีหุ้นบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) และบริษัท ทีพีบีไอ (TPBI) ที่จะได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ลดลงด้วย

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ คาดว่าหุ้นในเดือน ส.ค. จะเริ่มลดความร้อนแรงลงและจะปรับตัวไซต์เวย์ กรอบ 1,470-1,550 จุด จึงแนะนำขึ้นขาย-ลงซื้อ โฟกัสไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาปรับตัวขึ้นไม่มาก เช่น พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สายการบิน และยานยนต์ โดยมีหุ้นแนะนำ ได้แก่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP บริษัทคลอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) และบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท