posttoday
มาสด้ารุกขึ้นแท่นที่ 3 อาเซียน เปิดเทคโนโลยีใหม่กระตุ้นยอดปลายปี

มาสด้ารุกขึ้นแท่นที่ 3 อาเซียน เปิดเทคโนโลยีใหม่กระตุ้นยอดปลายปี

02 สิงหาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา แต่การแข่งขันของค่ายรถยนต์ต่างๆ ก็ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างยอดขายและสร้างแบรนด์ให้ครองใจผู้บริโภคให้มากที่สุด

ฮิโรชิ อิโนอุเอะ เจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มตลาด Emerging Markets บริษัท มาสด้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า มาสด้าตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็นที่ 3 ในเรื่องของการสร้างแบรนด์รถยนต์มาสด้าให้เป็นที่ยอมรับของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ให้ได้ภายในปี 2561 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 5 และ 6

ที่ผ่านมารถยนต์มาสด้าได้รับความสนใจในตลาดอาเซียนมากขึ้นต่อเนื่อง ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มประเทศอาเซียนในปี 2558 มีมากกว่า 1 แสนคัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ขายได้ 8 หมื่นคัน สวนทางกับอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ขยายตัวลดลง เห็นได้ชัดในปี 2558 ตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทยขยายตัวลดลง 8.6% แต่รถยนต์มาสด้าที่ขายในประเทศไทยกลับขยายตัวได้ถึง 23% ส่วนสำคัญมาจากการทำแบรนด์มาสด้าให้อยู่ในใจของผู้บริโภค ว่าเป็นรถยนต์ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และเป็นรถยนต์ที่ผู้ขับอยากจะใช้ไปตลอดชีวิต

สำหรับปี 2561 มาสด้าตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ในกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้ 1.5 แสนคัน คิดเป็น 9.1% ของยอดขายทั่วโลกของรถยนต์มาสด้า เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 6.2%

อิโนอุเอะ กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ของมาสด้ายังเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรักรถที่มีสมรรถนะสูง ขับสนุกเร้าใจ ชื่นชอบกับเทคโนโลยีใหม่ๆ นิยมรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมาสด้าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์นั่งเป็นหลัก ส่วนรถกระบะทางมาสด้าจะมีความร่วมมือกับบริษัท อีซูซุ ในการผลิตรถกระบะออกมาขายในอนาคต

นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงภาพลักษณ์โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้าทั่วอาเซียน โดยได้เริ่มไปแล้วในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ในส่วนของไทยจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญเพื่อสื่อสารไปยังลูกค้าว่า มาสด้าให้ความสำคัญกับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อให้ยี่ห้อมาสด้าอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

"จากการสำรวจตลาดรถยนต์ของมาสด้าพบว่า รถยนต์อีโคคาร์สำหรับคนที่มีรายได้ไม่สูงมาก เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แต่มาสด้าเห็นว่าเป็นตลาดที่ไม่ใช่แนวทางของมาสด้า เพราะมาสด้าต้องการผลิตรถยนต์ที่เต็มไปด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีขับสนุกตามคำที่เราใช้ ซูม ซูม มาสด้าจึงเลือกทำตลาดรถยนต์บีคาร์ และซีคาร์ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่จะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนของบริษัท" อิโนอุเอะ ระบุ

ปัจจุบันมาสด้ามีโรงงานประกอบรถยนต์ที่สำคัญในประเทศอาเซียน ประกอบด้วย ประเทศไทยผลิตรถยนต์มาสด้า 2 มาสด้า 3 มาสด้า CX-3 และรถยนต์กระบะ BT-50 PRO ส่วนโรงงานในประเทศมาเลเซียผลิตมาสด้า CX-5 และประเทศเวียดนามผลิตรถยนต์มาสด้า 2 มาสด้า 3 และมาสด้า CX-5 แสดงให้เห็นว่ามาสด้าให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน

อย่างไรก็ตาม อิโนอุเอะ เปิดเผยว่า ในส่วนของรถยนต์ดัดแปลงอเนกประสงค์ หรือพีพีวี ทางมาสด้าไม่สนใจที่จะทำตลาด เนื่องจากเป็นกลุ่มรถยนต์เฉพาะ และมาสด้าซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ขนาดเล็กต้องการทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับการพัฒนารถยนต์นั่งให้เป็นที่หนึ่งรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าทางมาสด้าให้ความสนใจเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ แต่ยังไม่มีแผนที่จะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะเวลาอันใกล้นี้

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัท มาสด้า ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ จี-เวคเตอร์ คอนโทรล (G-Vectoring Control หรือ GVC) ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2559 ซึ่งเป็นระบบที่จะทำให้การขับรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทางมาสด้าได้จดลิขสิทธิ์ระบบดังกล่าวและจะติดตั้งกับรถยนต์นั่งของมาสด้าทุกรุ่นที่จำหน่วยทั่วโลก

สำหรับระบบ GVC เป็นการพัฒนาโปรแกรมที่ติดตั้งในกล่องควบคุมของรถยนต์ ทำให้การทรงตัวของรถยนต์มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นในทุกจังหวะของการขับขี่ ไม่ว่าทางตรงและทางโค้งในทุกจังหวะของความเร็ว ตั้งแต่การเริ่มออกตัว โดยกล่องควบคุมจะประมวลผลการบังคับรถยนต์ของผู้ขับ การคำนวณค่าแรงจี (G-forces) ทั้งแนวดิ่งและแนวนอนที่กระทำกับรถยนต์ระหว่างการขับ การปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ไปในแต่ละล้อทั้ง 4 ล้อ ให้เกิดความสมดุลของการขับ ลดการแก้ไขการบังคับพวงมาลัยน้อยลง

ระบบ GVC นอกจากจะทำให้การขับรถง่ายขึ้น ลดความอ่อนล้าในการขับรถเป็นเวลานานหรือต้องขับทางไกล เพราะการแก้ไขพวงมาลัยน้อยลงแล้ว ยังทำให้ผู้โดยสารทั้งหน้าและหลังเกิดความสบายมากขึ้น ลดการเมารถ เนื่องจากการโคลงตัวของรถลดลงอีกด้วย

"การขับรถปกติ แม้แต่ในทางตรงที่ถนนขรุขระหรือเวลาเจอลมแรงๆ จะทำให้การขับขี่ต้องแก้ไขการบังคับพวงมาลัยตลอดเวลา แต่ระบบ GVC จะช่วยในการปรับแก้อาการดังกล่าว ทำให้การปรับแก้พวงมาลัยในระหว่างการขับลดลง ทำให้ขับขี่ได้ง่าย และผู้โดยสารรู้สึกสบายมากขึ้น ทางมาสด้าที่ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ลูกค้าทดสอบขับรถมาสด้าที่มีและไม่มีระบบ GVC ลูกค้าส่วนใหญ่พอใจกับระบบ GVC เพราะรู้สึกว่าช่วยทำให้การขับรถมีประสิทธิภาพและสบายมากขึ้น" ธีร์ กล่าว

ธีร์ ยังกล่าวว่า ไม่ว่าผู้ขับรถยนต์จะมีทักษะการขับรถยนต์มากหรือน้อย ระบบ GVC จะช่วยให้การขับรถในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะขับรถเป็นกิจวัตรประจำวันด้วยความเร็วต่ำ หรือความเร็วสูงในทางตรง ในทางคดเคี้ยว หรือการบังคับในกรณีฉุกเฉิน เทคโนโลยีใหม่ของมาสด้าจะช่วยให้ผู้ขับรถควบคุมและโดยสารรถได้ด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น

สำหรับประเทศไทย จะติดระบบ GVC กับรถยนต์มาสด้า 3 โฉมใหม่ ที่จะเริ่มออกมาขายในปลายปีนี้ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ส่วนในรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ จะเริ่มติดระบบ GVC ตามวงรอบของการเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยระบบ GVC เป็นการพัฒนาระบบโปรแกรมควบคู่กับการปรับแต่งช่วงล่างภายใต้พื้นฐานเดิม ไม่ได้มีการเพิ่มอะไหล่ใหม่เข้ามา ทำให้ราคารถใหม่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจากราคาขายจากปัจจุบันมากนัก ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยเฉพาะรถยนต์มาสด้า 3 ใหม่ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการอนุมัติราคาขายจากมาสด้าแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ระบบ GVC เป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดจากระบบสกายแอ็กทีฟ (Skyacitv Technology) ที่เป็นนวัตกรรมควบคุมรถยนต์อย่างเป็นระบบตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง แชสซี และโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้การขับรถได้ตามปรัชญาจินบะ-อิตไต มากที่สุด คือให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ ซึ่งมาสด้าถือว่าเป็นจุดแข็งที่สำคัญ ส่งผลให้รถยนต์มาสด้าซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ขนาดเล็กก้าวขึ้นมาสู้กับค่ายรถยนต์ใหญ่ๆ ได้ในปัจจุบัน

นับจากนี้บริษัทรถยนต์จะเริ่มทยอยเปิดตัวเทคโนโลยี นวัตกรรม และโปรดักต์ใหม่ๆ เช่นเดียวกับมาสด้าที่เริ่มโหมโรงด้วยเทคโนโลยี GVC เพื่อใช้เป็นไม้เด็ดสำหรับการแข่งขัน เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากยอดขายรถในช่วงไตรมาส 2 ที่เริ่มเป็นไปในทิศทางบวก ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2559 จึงมีโอกาสจะได้ตีตื้นกันบ้าง มากน้อยขึ้นอยู่กับทีเด็ดที่แต่ละค่ายเตรียมไว้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน