
กระจายงบและงาน
ช่วงนี้บรรยากาศการค้าการขายหงอยลงไปถนัดตา ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มีเสียงบ่นจากผู้ประกอบการว่ายอดขายลดลงไปมากพอสมควร อาจจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นและเจอกับหน้าฝนพอดี ร้านค้าที่ไม่ได้ค้าขายอยู่ในห้างก็จะได้รับผลกระทบชัดเจนโดยเฉพาะร้านอาหารทั้งหลายต้องเจอศึกหนักในช่วงนี้ ทำธุรกิจก็หนีไม่พ้นต้องผจญกับฤดูกาล มีช่วงขายดีมีช่วงขายไม่ดีสลับกันไป ทุกรายต้องเจอแบบนี้ ดังนั้นขออย่าได้ท้อแท้หมดกำลังใจนะครับ เราเดินมาเกินครึ่งทางของปีนี้แล้ว
ช่วงนี้บรรยากาศการค้าการขายหงอยลงไปถนัดตา ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มีเสียงบ่นจากผู้ประกอบการว่ายอดขายลดลงไปมากพอสมควร อาจจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นและเจอกับหน้าฝนพอดี ร้านค้าที่ไม่ได้ค้าขายอยู่ในห้างก็จะได้รับผลกระทบชัดเจนโดยเฉพาะร้านอาหารทั้งหลายต้องเจอศึกหนักในช่วงนี้ ทำธุรกิจก็หนีไม่พ้นต้องผจญกับฤดูกาล มีช่วงขายดีมีช่วงขายไม่ดีสลับกันไป ทุกรายต้องเจอแบบนี้ ดังนั้นขออย่าได้ท้อแท้หมดกำลังใจนะครับ เราเดินมาเกินครึ่งทางของปีนี้แล้ว
สองเดือนที่เหลือของไตรมาส 2 แม้จะเป็นช่วงต่ำสุดๆ ของธุรกิจ แต่กลับเป็นช่วงตื่นตัวสุดของหน่วยงานราชการ เพราะกำลังเร่งใช้งบประมาณของปีให้หมดโดยเฉพาะงบจัดสัมมนาหรือกิจกรรมในต่างจังหวัด เราจะเห็นว่ามีหลายหน่วยงานลงพื้นที่ไปจัดสัมมนากันมากมาย ถ้าจะพูดแบบตรงไปตรงมาก็ต้องพูดว่าต่างคนต่างทำเป็นส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่จะมุ่งไปในจังหวัดหลักๆ เพียงไม่กี่แห่ง ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี โคราช สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และภูเก็ต ซึ่งจังหวัดยอดนิยมเหล่านี้มีงานแทบทุกสัปดาห์ ความรู้สึกของคนในพื้นที่ดังว่าก็ต้องบอกดังๆ ครับ ไม่ว่าหน่วยงานหรือผู้ประกอบการต่างไม่มีความสุขจริงๆ สองเดือนนี้ต้องถูกเรียกถูกเกณฑ์จนไม่มีเวลาดูแลงานการของตัวเองเลย
อันที่จริงโดยส่วนตัวผมเห็นว่าการจัดสัมมนาในต่างจังหวัดเป็นเรื่องที่ดี ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ สร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ แต่ควรกระจายให้ทั่วถึง ไปจัดงานในจังหวัดห่างไกลหรือจังหวัดเล็กๆ บ้าง แต่ละหน่วยงานจับเข่าประชุมแลกเปลี่ยนแผนการจัดงานระหว่างกัน บูรณาการร่วมมือเป็นเรื่องราว จังหวัดใหญ่บ้างเล็กบ้างใกล้บ้างไกลบ้าง เอื้อมให้ถึงผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่กำลังรอคอยท่านให้ไปสร้างความหวังและเติมเต็มสิ่งดีๆ
อีกประเด็นเกี่ยวกับการจัดอีเวนต์ของหน่วยงานรัฐ ต้องยอมรับว่าระยะหลังมหกรรมงานยักษ์ใหญ่ที่หน่วยงานรัฐจัดแต่ละครั้งมันช่างอลังการยิ่งใหญ่เหลือเกิน แต่ละงานใช้พื้นที่แบบสุดๆ และใช้งบประมาณแบบสุดๆ แอบได้ยินมาว่าจัดหนักงานละเป็นหลักร้อยล้าน ฟังแล้วรู้สึกสะท้านทรวงเพราะแต่ละงานใช้เวลาสั้นๆ แค่ 4-5 วัน ถ้าหารงบประมาณต่อวันมันน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย หากเป็นไปได้ในปีงบประมาณหน้า อยากเสนอให้จับเข่าคุยเช่นกัน ขยำรวมงบและปรับลดทบทวนตัวเลข จัดงานในกรุงเทพฯ ให้น้อยหน่อย แบ่งงานและงบไปจัดในต่างจังหวัดมากขึ้น ร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่จะใช้ศาลากลางจังหวัดหรือหอประชุมของสถาบันการศึกษาจัดงานก็ประหยัดดี ถ้ารวมงบอีเวนต์แต่ละปีของทุกกระทรวงซึ่งน่าจะเป็นเงินหลายพันล้าน เชื่อว่ากระจายลงจัดกิจกรรมได้ครบทุกจังหวัด และหมุนรอบได้ปีละหลายครั้งแบบสบายๆ
หยิบยกประเด็นนี้ต้องเรียนว่าผมไม่มีเจตนาจะตำหนิติติงใคร โดยรวมทุกหน่วยงานต่างทุ่มเทเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากมายดีแล้ว การจัดอีเวนต์มีประโยชน์ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้องค์ความรู้และสร้างประสบการณ์พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสแก่ผู้เกี่ยวข้อง ส่วนการจัดสัมมนาในต่างจังหวัดเป็นเรื่องที่ดี ช่วยกระจายรายได้ และสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ หากความตั้งใจดีทั้งหลายจะประหยัดและกระจายไปทั่วถึง จะเป็นอานิสงส์อย่างยิ่งกับเอสเอ็มอีรายเล็กในต่างจังหวัดครับ







