posttoday
ประกันลุยขยายตลาดกลุ่มฐานราก

ประกันลุยขยายตลาดกลุ่มฐานราก

01 สิงหาคม 2559

โดย...วารุณี อินวันนา

โดย...วารุณี อินวันนา

ผลจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจถดถอยที่ไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้เหมือนอดีต ทำให้ภาครัฐต้องหันมาส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เป็นกำลังในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่อาศัยกำลังซื้อจากภายในประเทศเป็นหลักเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ภาครัฐต้องการให้เข้ามาช่วยสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ ด้วยการเข้าไปเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนกลุ่มฐานราก

ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิต ระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน มีโครงการเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิต กำหนดให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังในฐานะต้นสังกัด ให้เหตุผลว่า การฝากเงินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตมีข้อตกลงว่าจะจ่ายเงินทุนสงเคราะห์หรือเงินครบกำหนดสัญญา โดยอาศัยการมรณกรรมหรือการมีชีวิตของผู้ฝากเพื่อให้ความคุ้มครองชีวิตหรือการออมทรัพย์อันเนื่องมาจากการมรณกรรม หรือการมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดอายุของสัญญาตามสิทธิประโยชน์และระยะเวลาของสงเคราะห์ชีวิต โดยแบ่งประเภทของผู้ฝากเงินสงเคราะห์เป็นประเภทรายบุคคลและกลุ่มบุคคล จึงมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการประกันชีวิต จึงควรได้สิทธิลดหย่อนภาษีเท่ากับประกันชีวิต

ด้าน สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มฐานรากของประเทศหรือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีประกันต่ำ เพราะมีความกลัวคนจากธุรกิจประกันชีวิต ประกันภัย และอีกเหตุผลหนึ่งมาจากภาคธุรกิจยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ตรงกับความเสี่ยงของลูกค้ากลุ่มฐานรากได้ หากสามารถทำให้กลุ่มฐานรากมีความคุ้มครองในชีวิตและทรัพย์สินจะช่วยลดภาระของรัฐบาล และสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล

ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยยังทำตลาดกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มและปริมณฑล มีเบี้ยคิดเป็น 45.05% ของเบี้ยรับรวมในแต่ละปี แต่ลูกค้ากลุ่มฐานรากยังมีประกันน้อย ซึ่งทาง คปภ.พยายามหาสินค้าความคุ้มครองที่ตรงกับประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งประกันอุบัติเหตุ 200 บาท คุ้มครอง 1 แสนบาท ความคุ้มครองที่ออกแบบขึ้นเพื่อผู้ใช้บริการรถเมล์ การประกันภัยพืชผลที่จะทำให้เกษตรกรที่เป็นชาวนามีความคุ้มครองความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ รวมถึงประกันสำหรับผู้สูงอายุ ประกันกลุ่มคนพิการ และประกันอื่นๆ ที่จะออกตามมาเพื่อให้ตรงกับความเสี่ยงของลูกค้ากลุ่มฐานรากแต่ละกลุ่ม นอกเหนือจากที่สนับสนุนให้ภาคเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสำหรับลูกค้ารายย่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ประชาชนกลุ่มฐานรากมีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จะเห็นว่าอุตสาหกรรมใหญ่ๆ หลายแห่งมีการลดกำลังการผลิต และเลิกจ้างคนงานการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนทำให้การแข่งขันด้านแรงงานสูง ภัยพิบัติ น้ำท่วม ภัยแล้งก็เป็นความเสี่ยงที่เกษตรกรต้องแบกรับ เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ ก็ทำให้ต้องลดการจ้างงาน หรือมีการนำข้อมูลไปเอารัดเอาเปรียบประชาชนกลุ่มฐานรากที่อยู่ห่างไกล

นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตต้องเปลี่ยนการทำตลาดตามพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม จากเดิมที่ทำตลาดแบบเหมารวม

ทั้งนี้ จากการแยกความต้องการประกันชีวิตตามรายได้ พบว่า กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มีความต้องการประกันชีวิตมากที่สุดในมุมของความคุ้มครอง แต่กำลังซื้อไม่พอ อันดับต่อมาคือ กลุ่มมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการประกันชีวิตที่หลากหลายมิติ แต่กำลังซื้อมีเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น กลุ่มสาม คือ คนที่มีกำลังซื้อสูง แต่กลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการประกันชีวิตมาก เพราะมีกำลังดูแลตัวเองและครอบครัว โดยมีความต้องการประกันชีวิตในมุมของการคุ้มครองธุรกิจ การใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการมรดก เพราะประกันชีวิตเป็นเครื่องมือที่ยุติธรรมที่สุดในการแบ่งมรดก เพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษี และใช้เป็นเครื่องมือในการหาผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในปัจจุบัน

“บริษัทที่แข็งแกร่งจะสามารถลงไปทำตลาดกับลูกค้าที่มีรายได้น้อยได้มากกว่า ซึ่งแต่ละบริษัทก็พยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะความเสี่ยงของลูกค้าต่างกัน ต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ความเสี่ยงได้ถูกต้อง และคิดราคาเบี้ยได้ตรงกับความเสี่ยง” นุสรา กล่าว

นุสรา กล่าวว่า ทางสมาคมประกันชีวิตไทยพยายามเข้าถึงประชาชนกลุ่มฐานราก ด้วยการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน โดยไม่ได้คาดหวังด้านยอดขายในงานดังกล่าว แต่หวังปริมาณประชาชนเข้ามาชมและสอบถามข้อมูล ทำกิจกรรมที่ทางธุรกิจสอดแทรกความรู้เข้าไป ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 17 แล้ว คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 แสนราย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ