
เศรษฐกิจ 3ต่ำ
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ
เศรษฐกิจเผชิญภาวะ 3 ต่ำ คือ โตต่ำ เงินเฟ้อต่ำ และดอกเบี้ยต่ำ มาตั้งแต่หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปลายปี 2551 แนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป
เศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวต่ำ กอปรกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเฉพาะน้ำมัน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายที่ธนาคารกลางชั้นนำอยากเห็น
ยูโรโซนยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการที่สหราชอาณาจักรจ่อถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของอียู (Brexit) ธนาคารกลางยูโร (อีซีบี) รวมถึงของอังกฤษส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายนโยบายด้านการเงินเพิ่มเติม
ญี่ปุ่นเพิ่งหลุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่การฟื้นตัวยังคงเปราะบาง สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลส่งสัญญาณเตรียมออกมาตรการกระตุ้นรอบใหม่มูลค่า 28 ล้านล้านเยน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ ติดลบ 0.1% และเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อกองทุนหุ้น (ETFs) จากเดิม 3.3 ล้านล้านเยน/ปี เป็น 6 ล้านล้านเยน/ปี โดยยังคงระดับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ 80 ล้านล้านเยน/ปี ตามเดิม
สหรัฐอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโตเพียง 1.2% ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.6% นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดตัวเลขในไตรมาสแรกลงเหลือ 0.8% อีกด้วย ตัวเลขนี้ได้ลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ลงเหลือ 34% ตลาดเชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในปีหน้า ไม่ใช่ปลายปีนี้
ผลพวงจากการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ (QE) และการทำนโยบายดอกเบี้ยติดลบในยุโรปและญี่ปุ่น 2 ใน 3 ของพันธบัตรโลก บอนด์ยีลด์อยู่ต่ำกว่า 1% โดยที่ 1 ใน 3 ของพันธบัตรโลก บอนด์ยีลด์ถึงขั้นติดลบและต่ำผิดปกติ กระตุ้นให้นักลงทุนปรับพอร์ตเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
หลังจากประเมินว่า เหตุ Brexitมีผลกระทบน้อยกว่าที่คาด ส่งผลให้กระแสเงินทุนวิ่งกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นไทยเด้งตามหุ้นทั่วโลก บวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 เฉพาะเดือน ก.ค. ต่างชาติซื้อสุทธิไปถึง 44,369 ล้านบาท การแกว่งขึ้นรอบนี้ถูกหนุนโดยสภาพคล่องท่วมโลกทิศทางแกว่งขึ้นต่อ แต่จะดีกว่านี้ถ้ามี “ตัวช่วย” จากผลดำเนินงานที่มีแนวโน้มดีขึ้นแนะติดตามการรายงานงบไตรมาส 2 รวมถึงความเห็นของผู้บริหาร บจ.ต่อแนวโน้มผลดำเนินงาน หากส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกจะนำไปสู่การปรับขึ้นประมาณการกำไรและราคาหุ้น
สถานการณ์เศรษฐกิจ “3 ต่ำ” ยังคงดำเนินต่อไป







