
สหรัฐ-ยุโรปช็อปหุ้นไทย
ต่างชาติยังคงสนใจหุ้นไทยต่อ กองทุนใหญ่บุกขอข้อมูล บจ. หลังเบร็กซิตเครดิตสวิสซื้อเจ้าเดียว 1 หมื่นล้าน
ต่างชาติยังคงสนใจหุ้นไทยต่อ กองทุนใหญ่บุกขอข้อมูล บจ. หลังเบร็กซิตเครดิตสวิสซื้อเจ้าเดียว 1 หมื่นล้าน
นักลงทุนต่างประเทศขนเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทยแรงเกินคาด เฉพาะเดือน ก.ค. 2559 มียอดซื้อสุทธิถึง 44,369 ล้านบาท หนุนดัชนีหุ้นขึ้นมากกว่า 100 จุด ปิดที่ 1,524 จุด ทั้งนี้ยังไม่รวมกองทุนต่างประเทศหลายแห่งที่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แนวโน้มเงินทุนยังมีโอกาสไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม (ALT) ซึ่งเพิ่งนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2559 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้บริหารกองทุนใหญ่ในสหรัฐและยุโรปหลายแห่งมาขอข้อมูล รวมถึงต้องการให้บริษัทออกไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ในสหรัฐ เพราะสนใจลงทุนในหุ้นของบริษัทและชอบหุ้นที่ทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของไทย
“กองทุนจากยุโรป 3 แห่ง และสหรัฐ 3 แห่งมาขอพบ แต่เรามีเวลาให้ข้อมูลกับผู้บริหารของกองทุน Civetta จากสหรัฐเพียงแห่งเดียว ส่วนกองทุนอื่นยังไม่ได้คุยและไม่มีเวลาออกไปโรดโชว์สหรัฐ เพราะเพิ่งนำบริษัทเข้าตลาด ขอเวลาทำงานเพื่อสร้างผลงานสักระยะหนึ่งก่อน”นางปรีญาภรณ์ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนเท็มเพิลตัน ของ มาร์ก โมเบียส ถือหุ้นด้วย โดยเข้ามาซื้อหุ้นจำนวน 7 ล้านหุ้นในช่วงเสนอขายให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ)
นางปรีญาภรณ์ กล่าวว่า กองทุนในประเทศก็เข้ามาลงทุนในหุ้น ALT แล้ว เช่นเดียวกัน โดยมีกองทุนจำนวน 22 แห่ง ได้เข้ามาซื้อหุ้นไอพีโอรวม 95 ล้านหุ้น แม้ว่าในช่วงหุ้นเข้าตลาด พบว่ามีกองทุน 4 แห่งได้ขายทำกำไรออกไปบ้าง แต่ก็กลับเข้ามาซื้อหุ้นรอบใหม่แล้ว ในกรณีที่นักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศสนใจลงทุนจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพ และเมื่อลดลงก็กลับขึ้นมาได้ ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 8.25 บาท สูงกว่าราคาไอพีโอที่ 4.70 บาท
ทั้งนี้ กองทุน Civeeta ได้เข้ามาลงทุนในหุ้นไทยผ่านการซื้อหุ้นเพิ่มทุน พีพีของบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) เมื่อปี 2558
ด้าน บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ประสบความสำเร็จในการขายหุ้นเพิ่มทุนพีพีจำนวน 320 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 960 ล้านบาท ให้กับกองทุน 11 แห่ง เช่น กองทุนเท็มเพิลตัน บริษัท เอไอเอ Franklin Templeton Asset Management (Malaysia) Sdn Bhd
นอกจากนั้น บริษัทยังขายหุ้นเพิ่มทุนพีพีจำนวน 176.35 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3 บาท รวมทั้งสิ้น 529.05 ล้านบาท ให้แก่ Bell Investments Limited มูลค่า 402 ล้านบาท และ Asension Trading Limited มูลค่า 126 ล้านบาท โดยได้ที่นาที่ดินในตำบลนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ญี่ปุ่น รวมประมาณ 87 ไร่ มาแลกเป็นหุ้นแทน
สำหรับแรงซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่โหมเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ภายหลังจากสหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน (23 มิ.ย.-28 ก.ค. 2559) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ยอดซื้อสุทธิหุ้นไทยผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิส (CS) จากสหรัฐมากที่สุด 10,156 ล้านบาท อันดับสองผ่าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อสุทธิ 4,903 ล้านบาท อันดับสาม คือบล.กรุงศรี 4,134 ล้านบาท อันดับสี่ บล.เจพีมอร์แกน 3,546 ล้านบาท อันดับห้า บล.ซีแอลเอสเอ ซื้อสุทธิ 2,768 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บล.ทิสโก้ มียอดขายสุทธิสูงสุด 5,449 ล้านบาท ตามด้วย บล.เอเซีย พลัส บล.ไทยพาณิชย์ บล.เคที ซีมิโก้ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ขายสุทธิ 4,793 ล้านบาท 4,007 ล้านบาท 2,817 ล้านบาท และ 2,810 ล้านบาท ตามลำดับ







