
แฮปปี้เฟรช ผู้ช่วยช็อปส่วนตัว
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
ทุกวันนี้ ออนไลน์เข้ามาเป็นช่องทางสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและสายการบิน ที่มีสัดส่วนยอดขายมากกว่าช่องทางแบบเดิม (ออฟไลน์) ในบางประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ธุรกิจโรงแรมขายผ่านออนไลน์ 57% สายการบิน 43% แต่กลุ่มที่มีสัดส่วนการขายผ่านออนไลน์น้อย เช่น กลุ่มธุรกิจของสด ซึ่งมีสัดส่วน 4% ขณะที่เป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล นั่นจึงเป็นโอกาสของธุรกิจแฮปปี้เฟรช
แฮปปี้เฟรช เป็นบริการซื้อสินค้าทั้งอาหารสดและของใช้ต่างๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตผ่านทางแอพพลิเคชั่น โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือน ต.ค. 2557 และมาเลเซีย ในเดือนมี.ค. 2558 และประเทศไทยในเดือน ก.ย. 2558 ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์
ศิริภา จึงสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮปปี้เฟรช (ประเทศไทย) ได้รับการติดต่อจากสำนักงานใหญ่ของแฮปปี้เฟรช ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้บริหารธุรกิจแฮปปี้เฟรชในประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ไทยคูปอง เว็บไซต์รวมดีล รวมทั้งเคยเป็นผู้อำนวยการและรองประธานฝ่ายการเงิน ซาโลร่า ประเทศไทย
“ส่วนตัวอยากเป็นผู้ประกอบการ หลังจากไปเรียนต่อที่สวีเดน ได้เห็นธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโตอย่างรวดเร็ว แฮปปี้เฟรชก็ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็วอย่างมาก จนได้รับเงินลงทุนระดับซีรี่ส์เอ จากกองทุนร่วมลงทุนจากต่างประเทศ และแฮปปี้เฟรชถือเป็นธุรกิจที่เข้ามาตอบโจทย์วิถีชีวิตของคน สร้างพฤติกรรมใหม่ในการช็อปปิ้ง โดยไม่ต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้า” ศิริภา กล่าว
ปัจจุบัน แฮปปี้เฟรชยกห้างซูเปอร์มาร์เก็ตมาไว้บนมือถือถึง 24 แห่ง ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้แบรนด์กูร์เมต์ มาร์เก็ต โฮมเฟรชมาร์ท เก็ท อิท และบิ๊กซี พร้อมการันตีจัดส่งได้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยคิดค่าจัดส่ง 60 บาท/ครั้ง แต่หากเกินเวลาไม่คิดค่าบริการส่ง ขณะเดียวกันให้ลูกค้าจ่ายเงินเมื่อสินค้าถูกนำไปส่ง ถ้าลูกค้าไม่พอใจ คืนสินค้าได้ทันที เชื่อว่าข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยการันตีความพึงพอใจให้ลูกค้าได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นการซื้อของสด
นอกจากนี้ สิ่งที่แฮปปี้เฟรชให้ความสำคัญ คือ ผู้ช่วยช็อปส่วนตัว (Personal Shopper) ต้องได้รับการฝึกอบรมจากสถาบันแฮปปี้เฟรช อะคาเดมี ซึ่งจะมีความชำนาญในการเลือกซื้อสินค้า ปัจจุบัน แฮปปี้เฟรช มีพนักงานบริการช็อปปิ้งและพนักงานส่งรวม 100 คน
ขณะนี้มีลูกค้าดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแฮปปี้เฟรชประมาณแสนราย ให้บริการซื้อสินค้ากว่า 4 หมื่นรายการ ทั้งของสดและสินค้าอุปโภค-บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มของสด ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าแสนล้านบาท สูงกว่ามูลค่าของสินค้าแฟชั่นถึง 5 เท่า เพราะฉะนั้นถือเป็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาล
“ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3-5 ปี แฮปปี้เฟรชจะมีส่วนแบ่ง 1-3% จากตลาดสินค้าของสดมูลค่ากว่าแสนล้านบาทในไทย ขณะเดียวกันถือเป็นการช่วยผลักดันให้ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น” ศิริภา ระบุ
ทั้งนี้ นโยบายของแฮปปี้เฟรชเน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก สร้างความยั่งยืนบนหลักการเพื่อรักษาฐานลูกค้า ซื่อตรง ถ้า “สาย คืนเงิน” รวมถึงการเลือกซื้อสินค้า เน้นปลูกฝังความคิดว่า “ซื้อเหมือนกับเป็นคนในครอบครัว” สิ่งเหล่านี้จะทำให้แฮปปี้เฟรชเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป







