
หุ้น1,550จุดต้องระวัง
บลจ.แลนด์ฯ เตือนระวังดัชนีใกล้ 1,550 จุด พื้นฐานไม่หนุน ลงทุนได้รอขาย 1,600 จุดปีหน้า เล็งออกกองช้อนทองคำหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
บลจ.แลนด์ฯ เตือนระวังดัชนีใกล้ 1,550 จุด พื้นฐานไม่หนุน ลงทุนได้รอขาย 1,600 จุดปีหน้า เล็งออกกองช้อนทองคำหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้ หากยังมีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามา แต่เมื่อดัชนีเข้าใกล้ระดับ 1,550 จุด ต้องระวัง เพราะปัจจัยพื้นฐานไม่สนับสนุนและสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ใกล้ 16 เท่า
“เราให้เป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,500-1,520 จุด สำหรับนักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนนานหน่อยยังสามารถลงทุนได้ แต่ต้องไปรอขายปีหน้า เพราะคาดว่าดัชนีจะขึ้นไปถึง 1,600-1,620 จุด พี/อี ประมาณ 14 เท่า และอัตราการเติบโตของกำไรอยู่ระหว่าง 10-30% โดยบริษัทขนาดใหญ่เฉลี่ย 10% แต่บริษัทกลาง-เล็ก จะทำได้ 30% แต่เมื่อถึง 1,600 จุด ต้องมีวินัยขายทำกำไรออกมา” นายมนรัฐ กล่าว
นายมนรัฐ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยติดลบทั่วโลกจะเป็นปัจจัยบวกให้ตลาดหุ้นไทย เพราะสถานะทางการเงินของประเทศแข็งแกร่งและบริษัทจดทะเบียนมีกำไร ประกอบกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายมนรัฐ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการเงิน แต่ยังไม่ทำให้ดอกเบี้ยกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นจึงไม่มีผลลบต่อตลาดหุ้น หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงจะทำให้ราคาทองคำปรับลดลง ซึ่ง บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ พร้อมออกกองทุนทองคำเพื่อเข้าลงทุนได้ทันที
“ตอนนี้ราคาทองคำจะขึ้นก็ยากจะลงก็ยาก แต่ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยทองคำจะตกทันที ซึ่งเรารอจังหวะออกกองทุนทองคำอยู่ และยังทำให้ราคาพันธบัตรปรับลดลงด้วย เป็นจังหวะที่จะลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในเวลานี้ยังไม่เหมาะที่จะลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เพราะถือไว้จะทำให้ขาดทุนได้” นายมนรัฐ กล่าว
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 1-9 ส.ค. 2559 บริษัทจะเปิดขายกองทุนแอล เอช เจแปน -E (LHJAP-E) เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กในประเทศญี่ปุ่น กองทุนหลัก คือ Amundi Funds Equity Japan Target ซึ่งการออกกองทุนในขณะนี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงมาจนถึงระดับต่ำสุดแล้ว ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
“บริษัทขนาดกลางและเล็กในญี่ปุ่นน่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่มีประมาณการกำไรเติบโตขึ้น ขณะที่ความผันผวนต่ำกว่าหุ้นขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เราจะจับจังหวะขายทำกำไรให้นักลงทุนด้วย โดยการขายและจ่ายเป็นเงินปันผลปีละไม่เกิน 12 ครั้ง” นายมนรัฐ กล่าว







