
กำไรพุ่งเกินคาด
PTTEP อวดกำไรไตรมาส 2 กว่า 2,661 ล้าน พุ่ง 102% แจกเงินปันผล 0.75 บาท
PTTEP อวดกำไรไตรมาส 2 กว่า 2,661 ล้าน พุ่ง 102% แจกเงินปันผล 0.75 บาท
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทมีผลกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2559 จำนวน 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,661 ล้านบาท เติบโตถึง 102.8% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 35 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,312.03 ล้านบาท โดยรักษาระดับกำไรจากการดำเนินงานตามปกติที่ 154 ล้านเหรียญสหรัฐ
กำไรที่เติบโตกว่าเท่าตัวมาจากการตั้งสำรองค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง 208 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งภาษีเงินได้จากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 125 ล้านเหรียญสหรัฐ และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง 38 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามค่าซ่อมบำรุงที่ลดลง โดยมีรายได้รวม 1,110 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามราคาขายเฉลี่ย 36.62 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ปริมาณการขายเฉลี่ยลดลงอยู่ที่ 320,657 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน อย่างไรก็ดี ยังเป็นไปตามแผนงานที่ตั้งเป้ารักษาปริมาณขายของปีนี้ให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 2558 ที่ 3.22 แสนบาร์เรล/วัน
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับไตรมาสแรก พบว่ากำไรลดลง 52% เพราะภาษีเพิ่มขึ้นจากเงินบาทอ่อนค่าและขาดทุนอนุพันธ์ 48 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหลักเป็นผลจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ทั้งนี้ในไตรมาส 2 น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 43.18 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 30.42 เหรียญสหรัฐ
“แนวโน้มราคาน้ำมันครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนต้องติดตามความเคลื่อนไหว และดอกเบี้ยจะแม้เพิ่มขึ้นแต่ไม่กระทบกับบริษัท เพราะ 80% ของเงินกู้มีอัตราดอกเบี้ยคงที่” นายสมพร
กล่าว
ขณะที่ผลงานงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 8,285 ล้านบาท ลดลง 16.54% จากกำไรสุทธิ 9,928 ล้านบาท มีขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 126 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนรายได้รวมลดลงเหลือ 2,203 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยลดลงถึง 27% ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 325,257 บาร์เรล สูงขึ้น 3% นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยมาอยู่ที่ 29.42 เหรียญสหรัฐ ลดลงกว่า 20% จากต้นทุนเฉลี่ยปี 2558 เนื่องจากการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปตท.สผ.ได้เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยรักษาระดับการผลิตและการลดต้นทุนผ่านโครงการ SAVE to be SAFE อย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มการลงทุนหากเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ เช่น การขยายการลงทุนเข้าสู่โครงการสำรวจที่มีศักยภาพสูงในประเทศมาเลเซียเมื่อเร็วๆ นี้ ตามกลยุทธ์ RESET REFOCUS RENEW ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันและสถานการณ์โลกที่ผันผวน
ขณะเดียวกัน บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,038 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังคงมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดในมือกว่า 3,205 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 55 ล้านเหรียญสหรัฐจากสิ้นปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 7,704 ล้านเหรียญสหรัฐ ดอกเบี้ยจ่าย 2,844 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้นทุนเงินกู้เฉลี่ย 4.40% ต่อปี อายุเฉลี่ย 8.65 ปี ทั้งนี้หนี้ทั้งหมดเป็นสกุลเหรียญสหรัฐ
ด้านคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี ระบุว่า กำไรของ PTTEP ในไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่คาดและยืนในระดับที่แข็งแกร่ง แม้จะมีผลขาดทุนจากการทําสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ 3,400 ล้านบาท และการปรับราคาขายก๊าซซึ่งคิดเป็น 70% ของปริมาณขายรวมลงกว่า 3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยสูงขึ้นกว่า 10 เหรียญสหรัฐ ทําให้ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 36.6 เหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยยังต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย ส่งผลให้กําไรปกติยืนอยู่ระดับ 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากงวดเดียวกันปีก่อน
สำหรับผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดของ PTTEP ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวก อาจจะทําให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการในช่วงครึ่งปีหลังได้ แต่ราคาน้ำมันที่ยังมีความผันผวน ทําให้ราคาหุ้นจะยังปรับตัวขึ้นอย่างจํากัด แนะ “ซื้อเก็งกําไร” โดยคงราคาเหมาะสมที่ 93 บาท ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 83 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท







