
BRRตั้งอินฟราฟันด์
น้ำตาลบุรีรัมย์ จ่อตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า หวังต่อยอดธุรกิจ “บล.เมย์แบงก์” คาดนักลงทุนตอบรับดี เหตุดอกเบี้ยต่ำ
น้ำตาลบุรีรัมย์ จ่อตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า หวังต่อยอดธุรกิจ “บล.เมย์แบงก์” คาดนักลงทุนตอบรับดี เหตุดอกเบี้ยต่ำ
นายอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัทในเครือ 2 แห่ง คือ บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน (BEC) และบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ (BPC) โดยจะโอนสิทธิรายได้สุทธิจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าของทั้งสองบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 ก.ย. 2559 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ
สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัท เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ผลิตจากกากอ้อย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายมาเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 2 แห่ง กำลังการผลิตรวม 19.8 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ตกลงรับซื้อปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงสุดรวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าดำเนินงานโดยบริษัท บุรีรัมย์พลังงาน มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ.จำนวน 8 เมกะวัตต์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นแบบ Freed-in Tariff (FiT) ที่กำหนดราคาซื้อขายไฟฟ้าอยู่หน่วยละ 4.54 บาท และบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. จำนวน 8 เมกะวัตต์ ในรูป FiT
นายอนันต์ กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนไปใช้ลงทุนก่อสร้างโรงงานน้ำตาลทรายแห่งใหม่ 2 โรงที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ และ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กำลังการผลิตหีบอ้อยโรงงานละ 2 หมื่นตันอ้อย/วัน/โรง นอกจากนี้อยู่ระหว่างศึกษาแผนก่อสร้างโรงงานแปรรูปน้ำตาลทราย เพื่อผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เกรดสูง ช่วยเพิ่มยอดขายต่อหน่วยได้สูงกว่าน้ำตาลทรายดิบ ส่งผลให้รายได้ของบริษัทจะสูงขึ้น
“หลังตั้งกองทุนแล้ว บริษัทจะเข้าถือหน่วยลงทุนจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุน และจะได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน ขณะเดียวกันทำให้นักลงทุนมีทางเลือกลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาวที่น่าสนใจ” นายอนันต์ กล่าว
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า คาดว่ากองทุนจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งนักลงทุนบุคคลได้รับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายถึง 10 ปี นอกจากนี้ในสภาวะปัจจุบันมีโอกาสที่มูลค่ากองทุนจะสูงกว่ามูลค่าขั้นต่ำ 3,600 ล้านบาท ที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ซึ่งราคาเสนอขายสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการสำรวจความต้องการของนักลงทุน
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7% ซึ่งถือว่าน่าสนใจ มีรายได้สม่ำเสมอ ท่ามกลางดอกเบี้ยต่ำ
ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในระบบมีจำนวน 5 กองทุน แบ่งเป็นกิจการโรงไฟฟ้า 3 กอง ระบบขนส่ง 1 กอง และธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 2 กอง







