posttoday
บิ๊กขายตรงเร่งโตบุกประเทศเศรษฐกิจใหม่

บิ๊กขายตรงเร่งโตบุกประเทศเศรษฐกิจใหม่

28 กรกฎาคม 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

บรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจเครือข่ายขายตรงทั้งไทยและข้ามชาติต่างเร่งปรับตัว โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูงอย่างภูมิภาคเอเชียที่มีน้ำหนักน่าลงทุนมากที่สุด  

ไรอัน นาเพียร์สกี้ ประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านฝ่ายขายทั่วโลก บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิ้งค์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์นู สกิน เปิดเผยว่า ได้ให้ความสำคัญกับ 3 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน อาเซียน และละตินอเมริกา เนื่องจากเป็นภูมิภาคสำคัญที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ จากปัจจุบันมีการขยายงานไปใน 54 ประเทศทั่วโลก

สำหรับปีที่ผ่านมา นู สกิน ทั่วโลกมีรายได้กว่า 2,247 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.84 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 6% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของธุรกิจขายตรงหลายชั้นทั่วโลกที่มีการเติบโตประมาณ 4% และนู สกิน ยังติดอันดับท็อป 10 ที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.5-4  หมื่นล้านบาทด้วย เชื่อว่าแนวโน้มภาพรวมธุรกิจยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้หลักของนู สกิน ทั่วโลก จะอยู่ที่ประเทศจีน ด้วยสัดส่วนรายได้ถึง 55-60% รองลงมาเป็นเซาท์อีสต์เอเชีย สัดส่วน 12-15% สหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีสัดส่วน 10% ละตินอเมริกา มีสัดส่วนประมาณ 1% และที่เหลืออยู่ในภูมิภาคอื่นๆ

ขณะที่ผลการดำเนินงานของนู สกิน ในภูมิภาคเซาท์อีสต์เอเชียในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาถือว่าเติบโตได้ดีด้วยอัตราตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทได้เปิดตัวจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “เอจล็อค วาย สแปน” ขณะเดียวกันยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “เอจล็อค มี” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเฉพาะบุคคล ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายปีนี้

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า จะเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงประเทศในตะวันออกกลาง โดยตลาดในเวียดนามนั้นได้เข้าไปเปิดตลาดอย่างจริงจัง ส่วนในอินโดนีเซียยังต้องใช้เวลาขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ค่อนข้างนานในเรื่องสินค้า จึงต้องใช้เวลาอีกระยะ

“ช่องทางการจำหน่ายในยุคปัจจุบันนั้น เป็นการแข่งขันเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ว่าจะค้าปลีกและขายตรง ต้องหันมาใช้การทำตลาดหลากหลายรูปแบบในรูปแบบใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นไดเรกต์เซลส์ ไดเรกต์มาร์เก็ตติ้ง และออนไลน์มาช่วยกระตุ้นยอดขาย จึงทำให้บริษัทจะไม่เปิดศูนย์จำหน่ายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีอยู่ 109 สาขา” พญ.นลินี กล่าว

สำหรับในครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 8-10 รายการ โดยใช้งบการตลาดรวม 150 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นผ่านช่องทางออนไลน์ 40% เช่น กิฟฟารีน ชาแนล ผ่านช่องทางยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม อีก 60% เป็นช่องทางออฟไลน์ โดยปีนี้ตั้งเป้าสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 1.2 แสนรหัส จากปัจจุบันมีสมาชิก 7.3 ล้านรหัส ในจำนวนดังกล่าวทำธุรกิจจริงจัง 6.6 แสนรหัส โดยปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 6,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5%

เหล่านี้คือแนวทางการบุกตลาดของขายตรงที่เดินหน้ารุกตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท