
ห้ามเป็นบิ๊กบจ.เริ่มใช้1ส.ค.
ดีเดย์ 1 ส.ค. ทำผิดคดีตลาดทุนห้ามเป็นกรรมการ-ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 3 ปี เปรียบเทียบปรับ 2 คดี
ดีเดย์ 1 ส.ค. ทำผิดคดีตลาดทุนห้ามเป็นกรรมการ-ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 3 ปี เปรียบเทียบปรับ 2 คดี
ราชกิจจานุเบกษาประกาศ เรื่องการกําหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท(ฉบับที่ 2) ไม่เกินกว่า 3 ปี กรณีที่มีความบกพร่องในด้านความสามารถตามกฎหมาย หรือถูกดําเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับดูแลตลาดทุน หรือถูกเปรียบเทียบปรับเว้นแต่สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทําที่เป็นเหตุให้ถูกเปรียบเทียบดังกล่าวมีลักษณะไม่ร้ายแรง รวมถึงเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป
ด้าน สำนักงาน ก.ล.ต.เปิดเผยว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบผู้กระทำผิด 4 ราย เป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 8,618,831.25 บาท กรณีอาศัยข้อมูลภายในขายหุ้น (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) บริษัท ทิพยประกันภัย (TIP) ระหว่างวันที่ 28 ส.ค.-30 ต.ค. 2555 ผู้กระทำผิด 4 ราย ได้แก่ นายสมพร สืบถวิลกุล ถูกปรับ 612,500 บาท บริษัท ไทยศรีประกันภัย 703,487.50 บาท นายนที พานิชชีวะ 5 แสนบาท และนายกีรติ พานิชชีวะ 6,802,843.75 บาท
ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง TIP อาศัยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญต่อราคาหุ้น TIP ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนกรณีที่บริษัทมีเหตุจำเป็นต้องเพิ่มทุน 250 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่มีแนวโน้มจะลดลงต่ำกว่าสัดส่วนที่กฎหมายประกันภัยกำหนด จึงขายหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงผลขาดทุนจากการลดลงของราคาหุ้น หลัง TIP เปิดเผยข้อมูลนี้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2555 เวลา 20.54 น.
นายสมพร ล่วงรู้ข้อมูลภายในเนื่องจากเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ TIP ได้ขายหุ้น TIP ในวันที่ 28 ส.ค.-2ต.ค. 2555 จำนวน 70,000 หุ้น นายนที กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TIP ขณะเกิดเหตุ 5.49% ได้สั่งขายหุ้น TIP ในบัญชีบริษัท ไทยศรีประกันภัย ระหว่างวันที่ 13-28 ก.ย. 2555 และระหว่างวันที่ 17-25 ต.ค. 2555 รวม 1,561,600 หุ้น ส่วนนายกีรติเป็นผู้บริหารระดับสูงและถือหุ้นใหญ่รายหนึ่ง ได้ขายหุ้น TIP ในบัญชีส่วนตัว ระหว่างวันที่ 3-26 ต.ค. 2555 รวมจำนวน 576,000 หุ้น
นอกจากนั้น คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบ นายสาคร สุขศรีวงศ์ เป็นเงิน 5 แสนบาท กรณีก.ล.ต.ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายสาครชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท (BSEC) โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ล่วงรู้กรณีที่ OSK Investment Bank Berhad (OSKIB) มาเลเซีย สนใจจะซื้อหุ้น BSEC จากบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร (BFIT) ในราคาสูงกว่าราคาตลาดขณะนั้น ซึ่งเป็นสาระสำคัญต่อราคาหุ้น BSEC เนื่องจาก BFIT เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 48.85% และจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BSEC โดย OSKIB จะต้องทำคำเสนอซื้อหุ้น BSEC ที่เหลือทั้งหมดเป็นการทั่วไปซึ่งจะสูงกว่าราคาตลาด
นายสาครรู้ข้อมูลเพราะขณะเกิดเหตุเป็นกรรมการของ BSEC และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการของ BFIT แล้วชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหุ้น BSEC ระหว่างวันที่ 23 ธ.ค. 2553 ถึงวันที่ 6 ม.ค. 2554 ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลทั่วไปในวันที่ 18 ม.ค. 2554 ถือเป็นการเอาเปรียบบุคคลภายนอก
การดำเนินคดีนี้ ก.ล.ต.ได้รับความช่วยเหลือจาก Securities Commission Malaysia ในการตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คดีนี้ประสบความสำเร็จ







