
อินโดฯดันสตาร์ทอัพ
นำร่อง 10 เมืองเสาะเวนเจอร์ร่วมทุนสตาร์ทอัพ หวังสร้างธุรกิจเกิดใหม่ 1,000 แห่ง ใน 5 ปี
นำร่อง 10 เมืองเสาะเวนเจอร์ร่วมทุนสตาร์ทอัพ หวังสร้างธุรกิจเกิดใหม่ 1,000 แห่ง ใน 5 ปี
คิบาร์ บริษัทเพื่อการจัดตั้งนิเวศธุรกิจเพื่อบริษัทสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยี สัญชาติอินโดนีเซีย จับมือกับกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศอินโดนีเซีย เริ่มโครงการช่วยเหลือสตาร์ทอัพในการทำธุรกิจและแสวงหาเงินทุนใน 10 เมือง ตามแนวทางของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ที่ตั้งเป้าหมายจะสร้างสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี 1,000 แห่ง มูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 แสนล้านบาท) ภายในปี 2563
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 10 เมืองดังกล่าว ได้แก่ กรุงจาการ์ตา บันดุง ซูราบายายอกยาการ์ตา เซอมารัง มาลัง เมดัน เดนปาซาร์ มักกะสัน และปนตีอานัก จะเป็นเมืองเริ่มต้นโครงการดังกล่าวในการจัดหาทุนให้แก่สตาร์ทอัพ
อานิส อุซซาแมน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ เฟน็อกซ์ เวนเจอร์ แคปปิตอล บริษัทร่วมลงทุนจากซิลิคอนวัลเลย์ในสหรัฐ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียมีการสนับสนุนให้มีการร่วมทุนเพื่อสร้างสตาร์ทอัพมากมาย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย และอาจทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียมีศักยภาพในการเติบโตแซงหน้าเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ การสนับสนุนของประธานาธิบดีอินโดนีเซียในการผลักดันสตาร์ทอัพ ยังช่วยให้กฎระเบียบข้อบังคับสนับสนุนเป็นไปในเชิงสนับสนุนการสร้างธุรกิจเกิดใหม่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในด้านเงินทุน เช่น อินโดนีเซียอนุญาตให้บริษัทร่วมลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพได้ ส่งผลให้เวนเจอร์สามารถลงทุนในสตาร์ทอัพในการเพิ่มทุนรอบแรก ก่อนได้หุ้นบุริมสิทธิแทนการได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยเช่นเดียวกับการปล่อยกู้อื่นๆ
“ประเด็นด้านกฎระเบียบเป็นปัญหาร่วมกันทั่วโลก แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันของอินโดนีเซียจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดี” อุซซาแมน กล่าว
อุซซาแมน ระบุว่า การร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพในพื้นที่ห่างไกลยังคงมีปัญหา เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียมีการขัดขวางการร่วมทุนในพื้นที่ห่างไกลจากเกาะชวา
ทั้งนี้ โก-เจ็ค แอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในอินโดนีเซีย ขณะที่มาตาฮารีมอลล์ดอทคอม อี-คอมเมิร์ซสัญชาติอินโดนีเซีย ก็สามารถเพิ่มทุนได้ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.75 หมื่นล้านบาท) เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา โดยมาตาฮารีมอลล์ดอทคอมมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนอี-คอมเมิร์ซอินโดนีเซีย และตั้งเป้าจะแข่งขันกับอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างอาลีบาบา







