posttoday
กลุ่มธนาคารบริหาร ส่วนต่างดอกเบี้ยดีกว่าคาด

กลุ่มธนาคารบริหาร ส่วนต่างดอกเบี้ยดีกว่าคาด

26 กรกฎาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

กลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2559 ที่ 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่ลดลง 2.8% เทียบปีต่อปี ดีกว่าคาดราว 2.4% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ทำได้ดีกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ทำให้รายได้ดอกเบี้ย +1.1% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ +7.7% เทียบปีต่อปี และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin) ค่าเฉลี่ยปรับขึ้นเป็น 3.42% จาก 3.36% ในไตรมาสก่อนสวนทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับลดลงขาเดียว ค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลดลง 1.2% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่ยังเพิ่มขึ้น 15.7% เทียบปีต่อปี สูงกว่าที่เราคาดไว้เพื่อสะท้อนทิศทางการปรับตัวขึ้นของ NPL จาก 3.22% ในไตรมาสก่อนเป็น 3.28% ในไตรมาส 2/2559 และการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยังไม่จางหายไป ทำให้ Coverage ratio ยังแข็งแกร่งที่ราว 127% จาก 125% ในไตรมาสก่อน เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 1.3% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 0.9% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ (ดีลการซื้อกิจการ) ส่วนสินเชื่อรายย่อยเติบโตดีจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มลูกค้า SME ค่อนข้างทรงตัว

SCB กับ KKP น่าประทับใจที่สุด ขณะที่ BBL น่าผิดหวังที่สุด SCB และ KKP เป็นธนาคารที่มีผลประกอบการเซอร์ไพรส์เราในเชิงบวก จากการบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีกว่าคาด และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งมีกำไรพิเศษเข้ามาในไตรมาสนี้ (ซึ่งธนาคารได้นำไปตั้งสำรองฯ ทั่วไป เพื่อเพิ่ม Coverage ratio ให้แข็งแกร่งขึ้น) FSS ได้ปรับคาดการณ์กำไรของ SCB และ KKP ขึ้น 10% และ 18% ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นด้วย โดย SCB ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 171 บาทและปรับราคาเหมาะสมของ KKP ขึ้นเป็น 61 บาท

BBL เป็นธนาคารเดียวที่มีผลประกอบการที่น่าผิดหวังเนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยตกต่ำ ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นเกินคาด FSS ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีลง 8% เป็น 3.16 หมื่นล้านบาท ซึ่งหดตัว 7.6% เทียบปีต่อปี แต่คงคำแนะนำ ซื้อ จาก Valuation ที่มี Upside จากราคาเหมาะสมที่ 190 บาท (อิง PBV 1 เท่า)

แนวโน้มครึ่งปีหลังทรงตัว ก่อนจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในปีหน้า แนะนำ SCB และ KKP

กำไรสุทธิในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 9.6 หมื่นล้านบาท แนวโน้มผลกำไรสุทธิในครึ่งปีหลังปีนี้ คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เราคาดว่าธนาคารยังมีความจำเป็นที่ต้องตั้งสำรองฯ ในระดับสูงกว่าปกติ (แม้ว่าน่าจะลดลงจากครึ่งปีแรกของปีนี้เล็กน้อยเนื่องจากการเติบโตของ NPL ที่ชะลอตัวลง) และคาดว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานจะสูงขึ้นตามฤดูกาล ประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ของกลุ่มธนาคารคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.9 แสนล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แต่คาดว่าการลงทุนที่ชัดเจนจะผลักดันสินเชื่อในครึ่งหลังปีนี้ และจะส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในปี 2560 ซึ่งเราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิกลับมาเติบโตอีกครั้งในรอบ 3 ปี ราว 9-10%

FSS คาดว่า กลุ่มธนาคารน่าจะผ่านช่วงที่เลวร้ายไปแล้วในไตรมาส 1/2559 แต่การเติบโตจะค่อยเป็นค่อยไป ตามความสามารถเฉพาะตัวของธนาคารมากกว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังดูไม่เป็นใจนัก ปัจจัยที่ต้องติดตาม ในครึ่งปีหลังยังเป็นทิศทางของ NPL ซึ่งเราเห็นสัญญาณการก่อตัวของ NPL ที่เริ่มชะลอตัวลง (แต่ขณะเดียวกันการแก้ไขหนี้ก็ยากขึ้นเช่นกัน) โดยธนาคารส่วนใหญ่คาดว่า NPL จะขึ้นไปตลอดทั้งปีนี้ อีกปัจจัยหนึ่งคือรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่หดตัวลงมากในไตรมาส 2/2559 เราคาดว่าน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้ ตามธุรกรรมสินเชื่อที่คึกคักขึ้น

หุ้นเด่นของ FSS ในกลุ่มธนาคาร เราเปลี่ยนตัวจาก KBANK เป็น SCB ส่วนกลุ่มธนาคารกลาง-เล็ก แนะนำ KKP

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท