
สถาบันรุกถือหุ้นเพซ10%
PACE ขายหุ้นพีพี 320 ล้านหุ้นเกลี้ยง “มาร์คโมเมียส” ซื้อ 160 ล้านหุ้น ชี้นักลงทุนสถาบันชอบธุรกิจอาหาร 5 ปี 500 สาขา พร้อมย้ายหมวด
PACE ขายหุ้นพีพี 320 ล้านหุ้นเกลี้ยง “มาร์คโมเมียส” ซื้อ 160 ล้านหุ้น ชี้นักลงทุนสถาบันชอบธุรกิจอาหาร 5 ปี 500 สาขา พร้อมย้ายหมวด
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 320 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (พีพี) ในราคาหุ้นละ 3 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 960 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่มีส่วนลด 6.25% จากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากับ 3.20 บาท โดยมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และ CLSA Singapore Pte Ltd เป็นผู้แทนจัดจำหน่าย กำหนดวันจองซื้อ และชำระเงินค่าหุ้นวันที่ 25 ก.ค. 2559
บริษัทประสบความสำเร็จในการขายหุ้นได้ทั้งหมด โดยกองทุนเทมเพิลตันของ “มาร์คโมเมียส” ซื้อหุ้นจำนวน 160 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือมีกองทุนขนาดใหญ่รับซื้อ เช่น เอไอเอ กองทุนมิลเลเนียม และโอเอซิส หลังจากขายหุ้นสำเร็จ ทำให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาถือหุ้นบริษัทเพิ่มเป็นประมาณ 10% จากเดิมที่ถืออยู่สัดส่วน 3-4%
“ยอมรับว่าหุ้นของบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันจำนวนมาก ภายหลังจากที่ได้ไปนำเสนอข้อมูล ซึ่งนักลงทุนตื่นเต้นกับแผนธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจการขายอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์แบรนด์ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับ และบริษัทมีแผนชัดเจนจะขยายสาขาให้ได้ 100 สาขา ภายใน 2 ปี และ 500 สาขา ภายใน 5 ปีนับจากนี้ ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจมาก” นายสรพจน์ กล่าว
ทั้งนี้ หากบริษัททำได้ตามแผนจะทำให้รายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นมามากกว่าธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ในอนาคตก็มีแนวคิดจะย้ายหมวดการซื้อขายไปอยู่กลุ่มอาหาร เพราะมองว่าธุรกิจอาหารน่าจะเป็นอนาคตที่ดีของบริษัท ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อพัฒนาไประยะหนึ่งก็จะมีปัญหาในเรื่องของการหาที่ดินมาใช้ในการพัฒนา ขณะที่โครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ก็ถือว่ามีความคืบหน้าชัดเจน
นายสรพจน์ กล่าวว่า การขายหุ้นพีพีครั้งนี้ทำตามมติเดิมที่จะขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม แต่ยกเลิกไป ส่วนผลจากการนำหุ้นมาขายพีพี ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นประมาณ 10% ซึ่งถือว่ารับได้ เพราะอนาคตบริษัทจะมีการเติบโตที่ดี จะเห็นการพลิกฟื้นอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้ และหากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทก็คาดหวังว่าจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่จำนวน 2,700 ล้านบาทได้ภาย 2 ปีนี้
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า การเพิ่มทุนพีพีได้เงินเพิ่มทุนทั้งหมด 960 ล้านบาท ได้ถูกรวมไว้ในประมาณการแล้ว จึงไม่กระทบต่อประมาณการ กำไรต่อหุ้นในปีนี้คาดไว้ 0.16 บาท/หุ้น ก่อนโดดเด่น 0.36 บาท/หุ้นในปี 2560 คงมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมปี 2559 ที่ 5.20 บาท แนะนำ “ซื้อ” โดยจุดเปลี่ยนของผลประกอบการจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังปีนี้
“แผนเพิ่มทุนดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประมาณการแต่อย่างใด เนื่องจากฝ่ายวิจัยได้รวมการเพิ่มทุนแบบพีพีทั้งหมด 496.35 ล้านหุ้น (แยกเป็นการขายให้กับบริษัท Bell Investments Limited และ Asension Tradinb Limited รวม 176.35 ล้านหุ้น เพื่อใช้แลกที่ดินที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดจำนวน 320 ล้านหุ้น) สมมติฐานที่ราคา 3 บาทไว้ในประมาณการแล้ว จึงคงประมาณการกำไรต่อหุ้นไว้เช่นเดิม”
อย่างไรก็ตาม จะเห็นจุดเปลี่ยนของ PACE เกิดขึ้นตั้งแต่ครึ่งปีหลัง เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ เริ่มสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังโอนโครงการมหานคร และมหาสมุทร ตั้งแต่ ไตรมาส 3 และมากขึ้นต่อเนื่องในปี 2560 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจโรงแรม จุดชมวิว ค่าเช่าอาคารสำนักงาน รวมถึงค่าสมาชิกจาก Country Club โครงการมหาสมุทร เมื่อบวกกับการขยายสาขาต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร คาดผลักดันให้ปี 2559 มีกำไรสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี อยู่ที่ 619 ล้านบาท และก้าวกระโดดเป็น 1,340 ล้านบาท ปี 2560 ยังคงแนะนำซื้อ และเชื่อว่าความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนที่สิ้นสุดลง และการเทิร์นอะราวด์ของกำไรปีนี้จะสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับราคาหุ้นได้มากขึ้น
ด้านราคาหุ้น PACE วันที่ 25 ก.ค. พุ่งขึ้นแรงรับข่าวเพิ่มทุนสำเร็จ ปิดที่ระดับ 3.70 บาทเพิ่มขึ้น 0.32 บาท หรือ 9.47% มูลค่าการซื้อขายมากถึง 1,300 ล้านบาท







