
งานนี้มีปรับ
วันนี้ (26 ก.ค. 2559) เป็นวันดี เพราะเป็นวันดีเดย์ประกาศตัวเลขตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกของปี 2559
วันนี้ (26 ก.ค. 2559) เป็นวันดี เพราะเป็นวันดีเดย์ประกาศตัวเลขตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกของปี 2559
ย้อนกลับไปในช่วงผ่านไตรมาส 1/2559 เป็นต้นมา ทิศทางตลาดเริ่มโงหัวฟื้นตัวขึ้นถึงแม้จะในระดับไม่สูงมากก็ตามในเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของตลาด
แต่กระนั้นก็ยังคงวางใจไม่ได้เต็ม 100% เพราะปัจจัยแวดล้อมภายนอกอย่างสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่ไม่นอน ยังคงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาคำนึงถึงผลกระทบที่อาจมีมาถึงในประเทศไทย
ตลาดที่น่าจับตามองถึงการเติบโตอยู่ที่ตลาดรถกระบะที่มีอัตราเติบโตต่อเดือน 4 เดือนติดต่อกันนับตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นมา จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อในการนำรถยนต์ไปใช้เพื่อประกอบอาชีพตามความจำเป็น จึงน่าจะยังพอเป็นตัวพยุงตลาดไว้ให้รักษาระดับอยู่ได้
ส่วนตลาดที่ยังลูกผีลูกคนอยู่แต่เติบโตครั้งแรกในรอบ 36 เดือน นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2556 คือตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งได้รับผลกระทบ จากหลายส่วน ทั้งการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่ดึงกำลังซื้อไป
ล่วงหน้าและกำลังซื้อผู้บริโภคจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก
ผ่านครึ่งปีไปตลาดรถยนต์มียอดขายอยู่ที่ราว 3.6 แสนคัน จากคาดการณ์รวมอยู่ที่ 7.2 แสนคัน สิ่งที่ต้องจับตาคือปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีหลังมีเพียงอย่างเดียว คือ การสิ้นสุดการถือครองรถยนต์
คันแรก 5 ปี ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. ซึ่งก็อาจจะยังไม่ชัดเจนพอที่จะผลักดันให้ตลาดเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญเพราะหลักๆ อยู่ปีหน้า
ดูจากรูปการณ์และพยานหลักฐานแล้ว ทำให้ปักใจเชื่อได้ว่างานนี้มีปรับตัวเลขลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดแน่นอน







