
'กิฟฟารีน' โหมออนไลน์ ดันโต3-5%
“กิฟฟารีน” เร่งเครื่องครึ่งปีหลังเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ออกสินค้าใหม่ บุกตลาดต่างประเทศ หวังดันยอดขายโตสวนเศรษฐกิจซึม
“กิฟฟารีน” เร่งเครื่องครึ่งปีหลังเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ออกสินค้าใหม่ บุกตลาดต่างประเทศ หวังดันยอดขายโตสวนเศรษฐกิจซึม
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับตัวหันมาให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น กิฟฟารีน เอ็กซ์เปิร์ท (Giffarine Expert) ซึ่งเป็นช่องทางใหม่เพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาชิกสายงานของสมาชิก ให้ข้อมูลกิจกรรมต่างๆ การทำนามบัตร และหาตำแหน่งสาขากิฟฟารีนผ่านระบบจีพีเอส เป็นต้น คาดว่าจะมีสมาชิกดาวน์โหลดไม่ต่ำกว่า 2 แสนครั้ง ผ่านช่องทางไอโอเอสและแอนดรอยด์
“กิฟฟารีนเข้าสู่ปีที่ 21 แล้ว และช่องทางออนไลน์เราทำมานานกว่า 3 ปี ซึ่งเริ่มเห็นการเติบโตในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากบรรดานักขายหรือผู้แทนจำหน่ายบางส่วนเริ่มมีการส่งไม้ต่อให้กับรุ่นลูกเข้ามาสานต่อธุรกิจ มีกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ปัจจุบันช่องทางออนไลน์และอี-คอมเมิร์ซ สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 5-10 ล้านบาท”
ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายในยุคปัจจุบันนั้นเป็นการแข่งขันเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ว่าจะค้าปลีกและขายตรง ต้องหันมาใช้การทำตลาดหลากหลายรูปแบบในรูปแบบใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นไดเรกต์เซลส์ ไดเรกต์มาร์เก็ตติ้ง และออนไลน์มาช่วยกระตุ้นยอดขาย จึงทำให้บริษัทจะไม่เปิดศูนย์จำหน่ายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีอยู่ 109 สาขาแต่จะเน้นการปรับปรุงสาขาเดิ มให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย
พ.ญ.นลินี กล่าวอีกว่า บริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 8-10 รายการ เน้นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร กลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ขณะเดียวกันจะเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่าง
ต่อเนื่อง อาทิ ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงประเทศในตะวันออกกลาง โดยตลาดในเวียดนามนั้นบริษัทได้เข้าไปเปิดตลาดอย่างจริงจัง ส่วนในอินโดนีเซียนั้นสินค้าที่จะเข้าไปทำตลาดนั้นประสบปัญหาใช้เวลาขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ค่อนข้างนาน
สำหรับในปีนี้บริษัทใช้งบการตลาดรวม 150 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น ผ่านช่องทางออนไลน์ 40% เช่น กิฟฟารีน ชาแนล ผ่านช่องทางยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม อีก 60% เป็นช่องทางออฟไลน์ ขณะเดียวกันยังคงเน้นกิจกรรมภายใน มุ่งเน้นฝึกอบรมให้ความรู้แก่นักธุรกิจ การจัดแคมเปญการแข่งขันท่องเที่ยวในต่างประเทศ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบงานเอ็กซ์โปตามภูมิภาค การพัฒนาสินค้าที่จะต้องโดนใจผู้บริโภคซึ่งจะต้องมีรสชาติที่ดีและต้องดูแลสุขภาพ
ขณะที่เป้าหมายปีนี้ตั้งเป้าจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 1.2 แสนรหัส จากปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 7.3 ล้านรหัส ในจำนวนดังกล่าวทำธุรกิจจริงจังหรือแอ็กทีฟ 6.6 แสนรหัส โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายกว่า 6,000 ล้านบาท เป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 350 ล้านบาท คาดว่ายอดขายรวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5%







