posttoday
กระทบแค่ภาพลักษณ์

กระทบแค่ภาพลักษณ์

26 กรกฎาคม 2559

สถาบันจัดอันดับเครดิตแห่งแรกที่ประกาศลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาว สกุลเงินบาทของไทยเป็นรายแรกในปีนี้ ได้แก่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ในขณะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตอื่นได้แต่จับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

สถาบันจัดอันดับเครดิตแห่งแรกที่ประกาศลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาว สกุลเงินบาทของไทยเป็นรายแรกในปีนี้ ได้แก่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ในขณะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตอื่นได้แต่จับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

การประกาศลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของประเทศไทย (LTLC) ลงจากระดับ A- สู่ BBB+ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก เพราะในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าก็จะถึงวันลงประชามติให้คนไทยรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ดำเนินการเสร็จแล้ว อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนได้หากเกิดความไม่เข้าใจในเรื่องการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล

เหตุผล 2 ประการที่ฟิทช์ฯ ลดเรตติ้ง คือ พื้นฐานการคลังสาธารณะที่แข็งแกร่ง และการปฏิบัติเป็นพิเศษกับเจ้าหนี้สกุลเงินท้องถิ่นเมื่อเทียบกับเจ้าหนี้สกุลเงินต่างประเทศ

เหตุผลประการต่อมา คือ ประเทศไทยจะยังเผชิญแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลง และบรรยากาศทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอน โดยเป็นห่วงว่าความเสี่ยงปัญหาทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ แม้ว่าจะมีกำหนดการลงประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค. และการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560 แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ าจะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาทางการเมืองและการแตกแยกทางสังคมได้หรือไม่เพียงใด

ฟิทช์ฯ ระบุว่า ประเทศไทยเกินดุลงบประมาณในปี 2558 ในอัตรา 0.2% แต่การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ จะทำให้ไทยต้องขาดดุลราว 0.8% ของปีงบประมาณ 2559 และคาดว่าหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 33.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภายในปีงบประมาณ 2561 แม้ว่าจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่ม BBB ซึ่งอยู่ที่ 42.2% ก็ตาม

แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว ซึ่งให้รัฐวิสาหกิจกู้ยืมภายใต้การค้ำประกันของรัฐ จะส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดจะมีการก่อหนี้ในวงเงิน 1.8 ล้านล้านบาท ราว 13% ระหว่างปี 2558-2565

ฟิทช์ฯ ยังได้เตือนเรื่องหนี้ภาคครัวเรือนในระดับสูง การขยายตัวของสังคมผู้สูงอายุ และศักยภาพการแข่งขันในภาคการส่งออกของไทยว่าอาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะกลาง ขณะที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ พยายามแก้ปัญหาแล้ว เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และมาตรการทางภาษีพิเศษสำหรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรม

สิ่งที่ฟิทช์ฯ เป็นห่วงนั้นไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับตลาดแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ได้ถูกรวมเป็นความเสี่ยงของประเทศไทย ในการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยและทบทวนอันดับเครดิตประเทศของสถาบันจัดอันดับเครดิตอื่นอย่าง สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส แล้วตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกของปีนี้

ปัจจัยเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงมากยิ่งกว่าคือ ผลกระทบของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกของไทยลดลงมาก ส่งผลไปถึงการผลิตและการบริโภคของกลุ่มแรงงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออกตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ส่วนปัญหาการเมืองไทยนั้นส่งผลชัดเจนต่อการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่แน่ใจก็ยังไม่ลงทุน ประกอบกับกำลังการผลิตที่ยังเหลือ ทำให้เอกชนไม่รีบร้อนที่จะต้องลงทุนในช่วงสั้นนี้

ดังนั้น แม้ฟิทช์ฯ จะลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ในประเทศก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก แค่เสียภาพลักษณ์เล็กน้อยเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท