posttoday
แก้ปมกฎหมายดันทีเอฟเอฟ

แก้ปมกฎหมายดันทีเอฟเอฟ

25 กรกฎาคม 2559

กรุงไทยเร่งเครื่องดีไซน์โครงสร้างทีเอฟเอฟ พร้อมศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดันกองแรกให้ทันปีนี้

กรุงไทยเร่งเครื่องดีไซน์โครงสร้างทีเอฟเอฟ พร้อมศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดันกองแรกให้ทันปีนี้

นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า คณะที่ปรึกษาการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (ทีเอฟเอฟ) ที่ประกอบด้วยธนาคารกรุงไทย บล.ภัทร บล.ฟินันซ่า บล.เจพี มอร์แกน และ บล.เมอร์ริล ลินช์ กำลังเร่งออกแบบโครงสร้างกองทุนที่เหมาะสม ภายใต้แผนของรัฐบาลที่ต้องการให้กองทุนมีขนาด 1 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี จึงจะออกครบทั้งหมด

อย่างไรก็ดี คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถเริ่มออกได้ส่วนหนึ่งราว 1-2 หมื่นล้านบาท แต่ต้องรอคุยรายละเอียดเรื่องระเบียบให้รัดกุมว่าติดขัดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงการคลังรับทราบข้อจำกัดนี้ และให้ทางทีมที่ปรึกษาและสำนักงานรัฐมนตรีรับรู้รับทราบแล้ว ให้ทางทีมและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ศึกษาว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้กองทุนทีเอฟเอฟสามารถดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

สำหรับตัวอย่างข้อสังเกตในเรื่องที่อาจติดขัด และต้องตีความกฎหมาย เช่น รูปแบบการจัดตั้งทีเอฟเอฟ คือ การโอนสินทรัพย์ที่สร้างรายได้แล้วมาเข้าสู่กองทุนในรูปการร่วมทุน (เอสพีวี) ถือว่าเข้าข่ายอยู่ใน พ.ร.บ.ร่วมทุน หรือไม่ จึงต้องปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อความมั่นใจ ถ้าไม่เข้าข่ายก็ดำเนินการตามกระบวนการปกติ แต่หากจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายก็ต้องเสนอเข้า ครม.

“จะออกกองทุนแรกทันหรือไม่ทันในปีนี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อย การตีความกฎหมายในส่วนที่ไม่มีคำตอบชัดเจน ทำให้ทีมที่ปรึกษาจะต้องเข้าไปดูและศึกษากฎหมายที่อาจเกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเรามีบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ เป็นที่ปรึกษากฎหมาย แต่จากการผลักดันของกระทรวงการคลังอย่างจริงจัง ส่วนตัวมองว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ในปีนี้” นายกิตติพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ แผนต่อไปคือ การเตรียมสินทรัพย์ที่จะโอนเข้าสู่กองทุน ซึ่งมีเป็นหลักแสนล้านอยู่แล้ว แต่กระทรวงการคลังอยากจะนำสินทรัพย์ที่ดีเข้ากองทุนให้เร็วที่สุด โดยอันดับต้นๆ จะเป็นทางด่วน มอเตอร์เวย์ หากเตรียมสินทรัพย์ได้เร็วก็เริ่มกองทุนไม่ยาก เพราะโครงสร้างในการจัดตั้งกองทุนมีเรียบร้อยอยู่แล้ว

สำหรับรายได้ของที่ปรึกษาทั้ง 5 จะมาจากค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนเท่านั้น เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 1% ของหน่วยลงทุนทั้งหมด หรือราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ตายตัว เพราะกองทุนอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต ทำให้รายได้จูงใจให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง โดยค่าธรรมเนียมกำหนดเป็นขั้นบันได และแตกต่างตามประเภทสินทรัพย์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท