posttoday
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ยังดีต่อเนื่อง

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ยังดีต่อเนื่อง

25 กรกฎาคม 2559

ข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ของสหรัฐเดือน มิ.ย.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เกือบทั้งหมด ซึ่งสามารถสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐในเดือนที่แล้วได้เป็นอย่างดี นำโดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่อยู่ที่ระดับ 2.3% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.2% ซึ่งถึงแม้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะเลือกพิจารณาอัตราเงินเฟ้อจากข้อมูล Core PCE (ข้อแตกต่างหลักคือสัดส่วนของสินค้าแต่ละชนิดที่นำมาคำนวณเงินเฟ้อ) เป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยรวมน่าจะเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินของเฟดเข้าไปเรื่อยๆ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ของสหรัฐเดือน มิ.ย.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เกือบทั้งหมด ซึ่งสามารถสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐในเดือนที่แล้วได้เป็นอย่างดี นำโดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่อยู่ที่ระดับ 2.3% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.2% ซึ่งถึงแม้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะเลือกพิจารณาอัตราเงินเฟ้อจากข้อมูล Core PCE (ข้อแตกต่างหลักคือสัดส่วนของสินค้าแต่ละชนิดที่นำมาคำนวณเงินเฟ้อ) เป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยรวมน่าจะเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินของเฟดเข้าไปเรื่อยๆ

ในขณะที่ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกก็ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าผลสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขค้าปลีกที่ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสนี้ดูดีขึ้น เพราะรายจ่ายเพื่อการบริโภคมีสัดส่วนสูงถึงเกือบ 70% ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐเลยทีเดียว

จากตัวเลขทางเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.ที่ส่วนใหญ่ออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในปีนี้ (พิจารณาจาก Fed Fund Future) ปรับขึ้นกลับมาสู่ระดับเกือบ 40% อีกครั้ง และเป็นระดับเดียวกันกับช่วงก่อนการลงประชามติของชาวอังกฤษที่เลือกจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งสามารถตีความได้ว่านักลงทุนได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ มากกว่าผลกระทบด้านลบจาก Brexit

ดังนั้น การประชุมของเฟดในช่วงสิ้นเดือนนี้จึงมีความสำคัญมากต่อทิศทางของตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นหลังจากนี้ โดยถึงแม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะฟันธงไปในทิศทางเดียวกันแล้วว่าเฟดไม่น่าจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมครั้งนี้ แต่สิ่งที่นักลงทุนจะเฝ้าจับตาดูมากกว่าคือมุมมองของเฟดถึงผลกระทบของ Brexit ต่อทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดหลังจากนี้เพราะการประชุมครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากกรณี Brexit

นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นก็จะมีการประชุมภายในเดือนนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าธนาคารกลางต่างๆ เลือกที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มขึ้นก็น่าจะส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า