
เมียนมาขยายติละวา
เมียนมาเตรียมขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา พร้อมเปิดรับการลงทุนในพื้นที่ภายในสิ้นปีนี้
เมียนมาเตรียมขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา พร้อมเปิดรับการลงทุนในพื้นที่ภายในสิ้นปีนี้
สำนักข่าวเมียนมาไทมส์ รายงานว่า บริษัทผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (เอ็มทีเอสเอช) จะเปิดรับการลงทุนในโซนบีของเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาในปี 2016 ขณะที่การก่อสร้างโซนบีมีกำหนดเริ่มดำเนินการภายในสิ้นปี โดยจะมีการสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขนาด 500-700 เฮกตาร์ ซึ่งคาดว่ายังต้องการเงินลงทุนเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อก่อสร้างโครงการจนเสร็จสิ้น
อูวินออง ผู้อำนวยการเอ็มทีเอสเอช กล่าวว่า พื้นที่โซนบีมีขนาดราว 2,000 เฮกตาร์ และจะเริ่มเปิดให้บริษัทที่สนใจลงทุนสร้างโรงงานในเขตโซนบียื่นข้อเสนอหลังพ้นช่วงฤดูฝนภายในปีนี้ หลังจากที่เอ็มทีเอสเอชเปิดเผยเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาว่า กำลังพิจารณาเรื่องสัดส่วนพื้นที่ การวางแปลนและประเมินผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมจากโครงการก่อสร้างโซนบี
ขณะเดียวกัน การก่อสร้างพื้นที่โซนเอ ซึ่งมีขนาด 400 เฮกตาร์ของเขตเศรษฐกิจติละวา คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค. โดยในขณะนี้บริษัทต่างชาติ 73 แห่งจาก 16 ประเทศ ตกลงร่วมลงทุนมูลค่าประมาณ 760 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.66 หมื่นล้านบาท) ในพื้นที่ดังกล่าว
รายงานระบุว่า เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการลงทุนในปัจจุบัน กำลังการผลิตของเขตเศรษฐกิจติละวาอาจสูงถึง 241 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 8,435 ล้านบาท) และคาดว่ามูลค่าการลงทุนทั้งหมดมีแนวโน้มพุ่งแตะ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะทำให้ตัวเลขการผลิตรายปีเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.22 หมื่นล้านบาท)
เอ็มทีเอสเอช ระบุว่า พื้นที่โซนเอจะสามารถสร้างงานได้อย่างน้อย 4 หมื่นอัตรา ภายในปี 2018 ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมกว่า 40 แห่ง ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย โรงงานผลิตเสื้อผ้า 5 แห่ง โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง 15 แห่ง โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม 11 แห่ง โรงงานผลิตสินค้าภาคเกษตรกรรม 6 แห่ง โรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 5 แห่ง และโรงงานผลิตยาและอุปกรณ์การแพทย์ 3 แห่ง
ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา คิดเป็น 12.5% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดของเมียนมาในปีงบประมาณ 2014-2015 และคิดเป็น 3% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติมีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.8 แสนล้านบาท)







