
ไทยพาณิชย์ลุยฟินเทค
ดิจิทัล เวนเจอร์ส เสนอแนวคิดฟินเทคให้บอร์ดพิจารณาแล้ว คาดพัฒนาใช้ได้จริงและเปิดตัวได้ภายในปีนี้
ดิจิทัล เวนเจอร์ส เสนอแนวคิดฟินเทคให้บอร์ดพิจารณาแล้ว คาดพัฒนาใช้ได้จริงและเปิดตัวได้ภายในปีนี้
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส นัดแรกที่มีนายอาทิตย์ นันทวิทยา เป็นประธาน เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำเสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยคนรุ่นใหม่ ที่ขณะนี้กำลังเริ่มทดลองและพัฒนาอยู่เป็นแอพพลิเคชั่นบริการทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน หากที่ประชุมเห็นชอบก็จะนำไปพัฒนาต่อยอดให้สมบูรณ์แบบ และน่าจะเปิดตัวฟินเทคบริการแรกได้ภายในปีนี้
นอกจากนี้ กำลังเจรจากับบริษัท เทคโนโลยีประเภทบล็อกเชน (Block Chain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านการยืนยันตัวตนคาดว่าจะสามารถตัดสินใจลงทุนได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งเมื่อมีการลงทุนแล้วก็จะสามารถศึกษาและนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้ที่ธนาคารได้
นายธนา กล่าวว่า วงเงินตั้งต้นเพื่อการร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคป) ในต่างประเทศที่ตั้งไว้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น คาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถลงทุนได้ราว 1 ใน 3 ของวงเงิน โดยธนาคารได้เริ่มลงทุนแล้วในกองทุนโกลเดนเกท เวนเจอร์ส ไปก่อนหน้านี้ ส่วนวงเงินลงทุนในประเทศตั้งไว้ 300 ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าต้องใช้อย่างระมัดระวัง ลงทุนสุ่มเสี่ยงไม่ได้ จึงมีแนวคิดที่จะลงทุนที่เกิดประโยชน์ในด้านองค์ความรู้ โดยเตรียมเปิดโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพรุ่นที่ 1 ภายใต้ชื่อ ดิจิทัล เวนเจอร์ส แอคเซเลเรเตอร์ (Digital Ventures Accelerator : DVA) คัดเลือกสตาร์ทอัพฟินเทค 50% และด้านอื่น 50% เริ่มรับสมัครจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ ในการเปิดตัวบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส ครั้งนี้ ได้เปิดโครงสร้างการดำเนินงานผ่าน 3 ส่วนธุรกิจหลัก คือ 1.หน่วยงานทุนองค์กรวงเงินเริ่มต้น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากการลงทุนในกองทุน
โกลเดนเกท เวนเจอร์ส แล้วยังได้เข้าลงนามเอ็มโอยูร่วมกับ Life.SREDA ซึ่งเป็นเวนเจอร์แคปปิตอลระดับโลกด้านฟินเทค
2.หน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เพื่อสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเดือน ส.ค.นี้ จะเปิดตัว Bank Simulation Platform ที่เสมือนธนาคารจำลอง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยี การเงินเข้าทดลองในระบบเสมือนจริงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งประเมินว่า ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถนำออกสู่ตลาด และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หรือไม่ เพื่อปรับปรุงก่อนจะใช้งานเชิงพาณิชย์ต่อไป
และ 3.หน่วยงานศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ ทำหน้าที่ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา พร้อมให้เงินทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการฟินเทคในไทยและภูมิภาค







