
จัดสรรงบปี'60สร้างรถไฟฟ้า6สาย
คมนาคมจัดงบปี 2560 สร้างรถไฟฟ้า 6 เส้นทาง พร้อมผุดรถไฟทางคู่เพิ่มอีก 4 เส้น หวังดันขีดแข่งขันไทย
คมนาคมจัดงบปี 2560 สร้างรถไฟฟ้า 6 เส้นทาง พร้อมผุดรถไฟทางคู่เพิ่มอีก 4 เส้น หวังดันขีดแข่งขันไทย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้งบปี 2560 จะอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณฯ แต่คาดว่าในปีงบ 2560 กระทรวงจะได้รับจัดสรรงบกว่า 1.95 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นงบลงทุน 1.53 แสนล้านบาท โดยเป็นงบภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3 แผนงาน วงเงินกว่า 1.02 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการที่บรรจุในงบปี 2560 เช่น โครงการลงทุนต่อเนื่องจากปีงบ 2559 อาทิ โครงการศูนย์ขนส่งชายแดน จ.นครพนม โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา และมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ส่วนโครงการใหม่ที่จะดำเนินการในปีงบ 2560 อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง คือ ช่วงชุมทาง
จิระ-อุบลราชธานี ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ ธานี ช่วงขอนแก่น-หนองคาย รวมถึงโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือน้ำลึกทวาย เป็นต้น
สำหรับงบที่จัดสรรเพื่อลงทุนรถไฟฟ้ามี 6 เส้นทาง ได้แก่ 1.สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง 2.สายสีเขียว สมุทรปราการ-บางปู 3.สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 4.สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 5.สายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 และ 6.สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี และช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม
ด้านโครงการลงทุนคมนาคมทางน้ำ เช่น การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังในแม่น้ำป่าสัก ระยะที่ 1 ส่วนการลงทุนระบบขนส่งทางอากาศ เช่น ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่พร้อมอาคารประกอบที่ท่าอากาศยานแม่สอด โครงการก่อสร้างสนามบินเบตง การศึกษาแผนรักษาความปลอดภัยและฝึกอบรมที่ท่าอากาศยาน 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม กล่าวหลัง น.อ.วีระยุทธ ดิษยะศริน ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ เข้าพบ ว่า มูลนิธิฯ เสนอแนวทางการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนในกระบวนการผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เคยศึกษาเรื่องอุตสาหกรรมการบินในการผลิตอากาศยาน พบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างยากสำหรับประเทศไทย และต้องใช้เวลาผลักดันไม่น้อยกว่า 15 ปี ดังนั้น ประเทศไทยจึงจะร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเพื่อผลักดันโครงการนี้ เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ง่าย
“เนื่องจากเรื่องการผลิตอากาศยานไม่ได้อยู่ในกรอบการเจรจาของอาเซียน จึงต้องสอบถามสมาชิกอาเซียนว่าเห็นด้วยหรือไม่ และแน่นอนว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังสนับสนุนอยู่ในขณะนี้ คือ การก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน” นายธีระพงษ์ กล่าว







