posttoday
เส้นทางการค้า-ลงทุนใหม่ ของไทยกับเพื่อนบ้าน

เส้นทางการค้า-ลงทุนใหม่ ของไทยกับเพื่อนบ้าน

21 กรกฎาคม 2559

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมได้ร่วมเดินทางไปกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)

โดย...อัทธ์ พิศาลวานิช

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมได้ร่วมเดินทางไปกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เพื่อสำรวจเส้นทาง R12 โดยเริ่มจาก จ.นครพนม ไปจบที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ความยาวทั้งสิ้น 823 กม. (จากนครพนมถึงด่านหยวนอี้กวน)

ผมเริ่มเก็บข้อมูลที่ด่านศุลกากร สิ่งที่เห็นคือ ข้อมูลการค้าชายแดนของ 2 หน่วยงานไทยไม่ตรงกันเช่น ในปี 2558 รายงานของกรมการค้าต่างประเทศ ด่านหนองคายมีมูลค่าการค้าชายแดนรวมที่ 6.16 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลขของศุลกากรเท่ากับ 7.12 หมื่นล้านบาท หากเอาตามข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ เรียงตามอันดับ 1-3 คือ จ. หนองคาย มุกดาหาร และอุบลราชธานี แต่ตามข้อมูลด่านศุลกากรมูลค่าการค้าชายแดนเรียงอันดับ 1-3 คือ จ. นครพนม หนองคาย และมุกดาหาร

สินค้าไทยที่ส่งไป สปป.ลาวผ่านด่านนครพนม ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องดื่ม ผลไม้ (ขนุน เงาะ ชมพู่ มีมูลค่าการส่งออก 4,000 ล้านบาท) ลำไยอบแห้ง และแบตเตอรี่ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าจาก สปป.ลาว ได้แก่ เครื่องรับวิทยุ คอมพิวเตอร์ แผงวงจรพิมพ์และเสื้อผ้า (เป็นที่น่าสังเกตว่าเส้น R9 มีข้อตกลงกับหน่วยงาน AQSIQ ของจีนในขณะที่เส้น R12 ยังไม่มีข้อตกลงดังกล่าว แต่ทำไมเส้น R12 จึงมีมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่าเส้น R9)

การเดินทางตามเส้น R12 ต้องข้ามสะพานแห่งที่ 3 ด่านนครพนมมีนักท่องเที่ยวเข้าออกปีละ 3 แสนคน ส่วนเส้น R9 มีคนเข้าออกประมาณปีละ 1.8 ล้านคน นอกจากนี้นครพนมยังเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 โดยให้เน้น 12 อุตสาหกรรมและบริการ แต่ตามรายงานจังหวัดกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์เชื่อมกับเส้น R12 และเน้นอุตสาหกรรมการผลิตอาหารปลอดภัย เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เพราะมีการทำการเกษตร 53.48% ของพื้นที่ทั้งหมด พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ยางพารา สับปะรด มันสำปะหลัง และยาสูบ

มงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนมว่า “SEZ ที่นครพนมยังไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น มีแค่การประกาศเท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่น่าจะได้ผลเพราะคนในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วม อุตสาหกรรมก็ไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมของคนในพื้นที่ แล้วคนในพื้นที่จะได้ประโยชน์ได้อย่างไร

นอกจากนี้ นโยบายจากภาครัฐก็ไม่ชัดเจนว่าจะพัฒนานครพนมในรูปแบบใด ซึ่งตามสภาพของจังหวัดแล้ว ถือว่านครพนมมีศักยภาพในด้านของการท่องเที่ยวและศูนย์สุขภาพ แต่พบว่ารัฐไม่ได้มี
นโยบายส่งเสริมด้านนี้ ทั้งนี้การส่งเสริมรัฐควรมีการเจรจาระหว่างรัฐบาลของ 2 ประเทศก่อน เพื่อนำทางให้แก่ภาคเอกชนควรเอาโครงการขนาดใหญ่ทุ่มเข้ามาใน 3 จังหวัด (สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร) ถึงจะทำให้ SEZ เกิดขึ้นได้”

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าไปดูพื้นที่จริงพบว่า มีแต่สำนักงาน “The Zone Executive Board of the Thakhek Special Economic Zone” ส่วนการลงทุนใหญ่ๆ ยังไม่มี มีเพียงโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว ที่มีกำลังการผลิต 1 ล้านตัน/ปี ดำเนินการโดย บริษัท ชิโนไฮโร คอร์ปอเรชั่น รัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน

สำหรับเส้นทางจากตัวเมืองท่าแขกวิ่งเข้าเส้น R12 พบว่า ถนนเป็นลาดยาง 2 เลนอยู่ในสภาพดี แต่คดเคี้ยวเพราะตัดผ่านภูเขา ฉะนั้นการขนส่งลำเลียงสินค้าจึงเกิดอุบัติเหตุบ่อย จากท่าแขกไปถึงด่านนาพาว แขวงคำม่วนและด่านจาลอ (Chalo) ของจังหวัดกว่างบิน (Quang Binh) เวียดนาม มีระยะทาง 150 กม. หลังจากนั้นอีก 150 กม. ก็ถึงจังหวัดฮาติงห์ (Ha Tinh) ที่มีชายฝั่งทะเลยาว 137 กม. เหมาะสำหรับการลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังมีเขตเศรษฐกิจหวุงอ๋างที่เป็น 1 ใน 5 เขตเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลสำคัญของเวียดนาม

ขณะเดียวกันจากฮาติงห์ยังสามารถไปจังหวัดแหงะอาน (Nhge An) มีเมืองเอกคือ “วิง (Vinh)” ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคกลางตอนบนของเวียดนาม มีเขตอุตสาหกรรม VSIP (พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์กับเวียดนาม) กับ Dong Dum ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม. ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ถูกผลักดันโดยรัฐบาลเวียดนามเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนภาคกลางของเวียดนาม เพราะพื้นที่การลงทุนทางใต้ของเวียดนามค่อนข้างแออัด

เมื่อดูศักยภาพแล้ว จะเห็นว่าเส้นทางหมายเลข 12 เป็นเส้นทางการค้าและการลงทุนแห่งอนาคต เพราะรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนให้ภาคกลางตอนบนเป็นเขตลงทุนแห่งใหม่

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล