posttoday
‘ทิสโก้’ชูหุ้นกลาง-เล็ก

‘ทิสโก้’ชูหุ้นกลาง-เล็ก

21 กรกฎาคม 2559

บลจ.ทิสโก้ มองเงินไหลเข้าหนุนหุ้นไทยดี๊ด๊า ชู Mid/Small Cap คัด “หุ้นเล็ก” ใกล้ถึงรอบ หลังหุ้นใหญ่วิ่งนำ

บลจ.ทิสโก้ มองเงินไหลเข้าหนุนหุ้นไทยดี๊ด๊า ชู Mid/Small Cap คัด “หุ้นเล็ก” ใกล้ถึงรอบ หลังหุ้นใหญ่วิ่งนำ

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า หลังเบร็กซิตทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเหนือ 1,500 จุด ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่าจะทยอยออกมาต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังเป็นอีกปัจจัยหนุนตลาด

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ดังนั้นนักลงทุนที่มีเวลา แนะนำให้ลงทุนแบบเลือกหุ้นรายตัว หากไม่มีเวลาในการติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นด้วยตนเองแนะนำกองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้ (TISCOMS) เน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

“เงินนอกไหลเข้ามาต่อเนื่องส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) ปรับตัวขึ้นมากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน จึงอาจทำให้การขึ้นแรงๆ จากนี้ชะลอตัวลง ซึ่งมองเป็นโอกาสของหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังปรับตัวขึ้นไม่มากและราคาต่ำกว่าพื้นฐาน” นายสาห์รัช กล่าว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาพบว่าบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศเริ่มเข้ามาลงทุนในหุ้นขนาดกลางของไทยมากขึ้น ขณะที่กองทุน TISCOMS ซึ่งครบ 3 ปีในการจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา สร้างผลตอบแทนสูงถึง 43.89% ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ให้ผลตอบแทน 5.76% เท่านั้น จึงชนะตลาดได้มาก

สำหรับผลตอบแทนกองทุนในช่วง 1 ปี 6 เดือน และ 3 เดือนย้อนหลัง ข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 11 ก.ค. 2559 อยู่ที่ 3.01% 6.08% และ 5.86% ตามลำดับ ขณะที่ผลตอบแทนดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเดียวกันอยู่ที่ ติดลบ 1.11% 18.95% และ 7.19% ตามลำดับ

นายสาห์รัช กล่าวว่า กองทุน TISCOMS จะบริหารเชิงรุก เน้นกระบวนการเฟ้นหาหุ้นขนาดไม่ใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตและทำกำไร โดยคัดสรรจากบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็กในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีอยู่ประมาณ 518 บริษัท และในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอที่มีอยู่ประมาณ 100 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพประมาณ 40-50 บริษัท หลังจากนั้นจะพบผู้บริหารและวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงก่อนเข้าลงทุน เพื่อคัดหุ้นลงทุนประมาณ 15-20 ตัว

ด้าน นายทิโมธี สกินเจเลจสกี ผู้จัดการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน ในฐานะผู้บริหารกองทุนเปิดอเบอร์ดีน โกลบอล-นอร์ท อเมริกัน สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (กองหลัก) กล่าวว่า ตลาดการเงินทั่วโลกยังวิตกกังวลหลังเหตุการณ์เบร็กซิต แต่เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณแนวโน้มที่ดีหลังอัตราการจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยให้หุ้นอเมริกันสมอลแคปน่าสนใจ โดยกว่า 80% ของรายได้ของหุ้นอเมริกันสมอลแคปมาจากการดำเนินกิจการภายในประเทศ 

“ปกติกลุ่มหุ้นขนาดเล็กในอเมริกาจะซื้อขายบนราคาพรีเมียมของหุ้นขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้มูลค่าของกลุ่มหุ้นขนาดเล็กถูกลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2546 ต่างจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเรามองว่าหลังเบร็กซิตเป็นโอกาสลงทุนหุ้นถูก ซึ่งหลายคนมักจะมองข้ามหุ้นอเมริกันสมอลแคปที่สร้างผลงานได้ดีในภาวะที่ตลาดมีความไม่แน่นอน” ผู้จัดการการลงทุน กล่าว

สำหรับกอง ทุนเปิดอเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท-สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (ABAGS) ซึ่งเน้นลงทุนหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐผ่านกองทุนหลักดังกล่าว ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาผลตอบแทนมากกว่า 10% ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ค. 2559

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ