posttoday
ไทยรีฯฟันธงประกันทรัพย์สินบูมรับเศรษฐกิจกระเตื้อง

ไทยรีฯฟันธงประกันทรัพย์สินบูมรับเศรษฐกิจกระเตื้อง

15 สิงหาคม 2553

ไทยรีฯเผยตลาดประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินบูมแน่หลังเศรษฐกิจกระเตื้อง เหตุมีสถานประกอบการมีความคุ้มครองแค่ 22% แนะบ้านที่อยู่อาศัย กำไรดี สินไหมแค่ 10%

ไทยรีฯเผยตลาดประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินบูมแน่หลังเศรษฐกิจกระเตื้อง เหตุมีสถานประกอบการมีความคุ้มครองแค่ 22% แนะบ้านที่อยู่อาศัย กำไรดี สินไหมแค่ 10%

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า สำนักวิจัยและสถิติ บริษัทไทยรับประกันภัยต่อ(ไทยรี) ได้ทำการสำรวจจำนวนสถานประกอบการและสถานประกอบการที่มีประกันภัยทรัพย์สิน คือทั้งประกันอัคคีภัยและประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ในทุกสาขาการผลิต เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 819,910 แห่ง พบว่าสถานประกอบการทำประกันจำนวนทั้งสิ้น 187,050 แห่ง คิดเป็น 22.81% ซึ่งในจำนวนนี้สาขาการผลิตอุตสาหกรรม ทำประะกันภัย 52,239 แห่ง มีสัดส่วน 44.44% เป็นแหล่งทำรายได้หลักให้กับบริษัทประกันภัย รองลงมาคือ สาขาการขายส่ง การขายปลีก และการซ่อมแซม มีจำนวน 70,306 แห่งที่ทำประกันภัย คิดเป็นสัดส่วน 18.84% อันดับสามคือ สาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม จำนวน 8,565 แห่ง

"เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินในแต่ละปีจะมีประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ลูกค้ากลุ่มใหญ่ 80% คือสถานประกอบการ ส่วนที่เหลือจะเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งตลาดสถานประกอบการยังมีโอกาสขยายได้อีก นี้ใช้ฐานตัวเลขปี 2551 เฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น ทำประกันแค่ 22.81% จากทั้งหมดกว่า 8 แสนแห่ง หากมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมเชื่อว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าเขตเมืองและต่างจังหวัดได้อีก โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง 2553 ที่เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดีขึ้น"แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ส่วนอีก 20% ของประกันภัยทรัพย์สินคือ ตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งในแต่ละปีมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึงกว่า 2.6 พันล้านบาท ผลการรับประกันอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากโดยมีอัตราสินไหมทดแทนตั้งแต่ปี 2547-2551 เพียงแค่ 10% เท่านั้น การขยายตลาดของการประกันภัยที่อยู่อาศัยนับเป็นสิ่งจำเป็นต่อบริษัทประกันวินาศภัย เนื่องจากที่อยู่อาศัยถือเป็นแหล่งรายได้ชั้นดี ทำให้บริษัทประกันภัยหลายแห่งหันมารุกฐานลูกค้าที่อยู่อาศัยกันเพิ่มขึ้น แม้ว่า 80% ของเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินจะมาจากสถานประกอบการ แต่ค่าสินไหมทดแทนก็สูงด้วย เพราะสถานประกอบการแต่ละประเภทจะมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจุบันแยกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความเสียหาย คือ กลุ่มที่มีค่าสินไหมทดแทนเกิน 50% ของเบี้ยที่รับมา บางแห่งค่าสินไหมทดแทนพุ่งกว่า 2,000% เช่น โรงงานลงแป้งผ้า โกดัง-เก็บเหล็กเส้น แผ่นสังกะสี เบี้ยแค่ 2.25 ล้านบาท แต่จ่ายสินไหมทดแทนไป 6.6 ล้านบาท ส่วน โรงงานทำจุกขวด ผลิตภัณฑ์จากยาง ค่าสินไหมทดแทนสูงกว่า 1,000%

นอกจากนี้ อัตราสินไหมทดแทนของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินสูงกว่าอัคคีภัย เนื่องมาจากความคุ้มครองครอบคลุมสาเหตุของการเกิดภัยที่มากกว่าการประกันอัคคีภัย ทำให้ความถี่ในการเกิดความเสียหายที่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินสูงกว่าอัคคีภัย จึงจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการพิจารณารับประกันภัยสูง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท